Salesforce จับมือ ChatGPT ปฏิวัติระบบ CRM ด้วย AI อัจฉริยะ

ในยุคดิจิทัลที่การทำงานต้องสลับไปมาระหว่างหลายแอปพลิเคชัน ปัญหา “Toggle Tax” หรือการสูญเสียเวลาจากการเปลี่ยนหน้าจอระหว่างโปรแกรมต่าง ๆ กลายเป็นความท้าทายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลผ่าน ChatGPT การอัปเดตข้อมูลลูกค้าใน Salesforce หรือการตรวจสอบอีเมลและปฏิทิน ล้วนทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง

Brandon Metcalf ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Asymbl ชี้ว่า หนึ่งในปัญหาหลักของพนักงานยุคใหม่คือการต้องแบ่งเวลามากมายให้กับการจัดการข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม ซึ่งการผนวกรวมเทคโนโลยี AI เข้ากับระบบ CRM จะช่วยลดช่องว่างนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

Salesforce จับมือ ChatGPT ปฏิวัติระบบ CRM ด้วย AI อัจฉริยะ

ChatGPT คือเครื่องมือ AI ที่พัฒนาโดย OpenAI ซึ่งมีขีดความสามารถในการวิเคราะห์ สร้างสรรค์ และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโค้ด ตอบคำถามด้านการตลาด หรือการสร้างไอเดียใหม่ ๆ ล้วนทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด Salesforce ได้นำความอัจฉริยะของ ChatGPT มาผสานกับระบบ CRM ที่เน้นความสัมพันธ์กับลูกค้า สร้างเป็นระบบที่ทั้งเข้าใจบริบทธุรกิจและตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างไร้รอยต่อ

Agentforce Sales บน ChatGPT เปลี่ยนวิธีทำงานของทีมขาย

ด้วยแอป Agentforce Sales บน ChatGPT ทีมขายสามารถบริหารจัดการโอกาสการขายได้อย่างมีระบบ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนบัญชีลูกค้า อัปเดตข้อมูลใน Salesforce หรือแม้แต่การวิเคราะห์แนวโน้มการซื้อ ก็สามารถทำได้ผ่านการแชทเพียงช่องทางเดียว

“นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพของทีมขายอย่างก้าวกระโดด” Brandon Metcalf กล่าว

สิ่งที่ทำให้ Agentforce Sales แตกต่างจากเครื่องมือ AI ทั่วไป คือการผสานข้อมูลภายในองค์กรเข้ากับขีดความสามารถของ ChatGPT ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการขาย ประวัติการติดต่อลูกค้า หรือเป้าหมายทางธุรกิจ ทำให้ AI สามารถให้คำแนะนำที่ตรงจุดและมีบริบท

4 ข้อได้เปรียบของการผนวกรวม AI กับ CRM

  • 1. ก้าวข้ามขีดจำกัดของการคัดลอกและวางข้อมูลแบบเดิม
    การใช้ AI สำหรับงานขายมักต้องอาศัยการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง เช่น การคัดลอกข้อมูลจาก LinkedIn หรือเว็บไซต์บริษัท ซึ่งยุ่งยากและเสี่ยงต่อความผิดพลาด Agentforce Sales ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียกดูข้อมูลได้ทันทีเพียงแค่ถาม เช่น “แสดงรายชื่อลูกค้าใหม่ที่ยังไม่ได้ติดต่อ” ก็เพียงพอให้ระบบดึงข้อมูลจาก Salesforce มาแสดงโดยอัตโนมัติ
  • 2. การจัดลำดับความสำคัญด้วยระบบอัจฉริยะ
    Agentforce Sales ไม่ใช่แค่เครื่องมือจัดการข้อมูล แต่ยังวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของลูกค้าเป้าหมายได้อย่างชาญฉลาด โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่คะแนนลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงสภาวะตลาด ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง และสถานะการขายโดยรวม เพื่อกำหนดจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการติดต่อลูกค้าแต่ละราย
  • 3. การทำงานที่รวดเร็วทันความคิด
    การสนทนาเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เป้าหมายสูงสุดคือการปิดการขาย Agentforce Sales บน ChatGPT ถูกออกแบบมาให้ไม่เพียงตอบคำถามได้อย่างชาญฉลาด แต่ยังดำเนินการได้ครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาลูกค้าใหม่ วางแผนการติดต่อ ไปจนถึงการอัปเดตสถานะการขายใน Salesforce โดยไม่ต้องสลับหน้าจอ
  • 4. ความมั่นใจด้านความปลอดภัยสำหรับองค์กร
    แม้จะทำงานผ่านอินเตอร์เฟซของ ChatGPT แต่ข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดการโดย “Agentforce Trust Layer” ซึ่งเป็นชั้นป้องกันความปลอดภัยที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางแลกเปลี่ยนข้อมูลสองทางอย่างปลอดภัย ข้อมูลของผู้ใช้จะเป็นของผู้ใช้แต่เพียงผู้เดียว และระบบจะเข้าถึงเฉพาะข้อมูลที่ผู้ใช้มีสิทธิ์เท่านั้น

การผนวกรวมระหว่าง Salesforce กับ ChatGPT ไม่ใช่เพียงการเชื่อมต่อแอปธรรมดา แต่คือการปฏิวัติรูปแบบการทำงานครั้งใหม่ที่ทำให้ทีมขายสามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาด มีข้อมูลรองรับ และปลอดภัย

“เรามุ่งมั่นให้ Agentforce พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกแพลตฟอร์มการทำงาน การผนวกรวมกับ ChatGPT จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริง” Brandon กล่าว

สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับทีมขายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย AI การใช้ Agentforce Sales บน ChatGPT คือคำตอบของอนาคตที่มาถึงแล้ววันนี้

ที่มา – “Salesforce”  จับมือ “ChatGPT” เปิดตัวระบบ CRM ที่ผสานเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *