SCGP รายได้ 9 เดือน 94,326 ล้านบาท

SCGP รายได้ 9 เดือน 94,326 ล้านบาท สะท้อนภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แม้อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงาน ราคาวัตถุดิบ และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ระมัดระวังมากขึ้น บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ยังคงเดินหน้าบริหารต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพฐานการผลิต และขยายขีดความสามารถในตลาดอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

SCGP รายได้ 9 เดือน 94,326 ล้านบาท พร้อมกำไรโตแรง

ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 SCGP มีรายได้จากการขายรวม 94,326 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 15,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% และมีกำไรสำหรับงวด 5,896 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 106% ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทในการรักษาผลประกอบการ แม้ต้องรับมือกับปัจจัยกดดันหลายด้าน

การเติบโตของกำไรได้รับแรงสนับสนุนจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในภูมิภาค รวมถึงการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานของการผลิต หรือ Regional Optimization ธุรกิจในอินโดนีเซียยังสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฐานลูกค้าหลักของบริษัทอยู่ในกลุ่มสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ซึ่งมีความต้องการค่อนข้างสม่ำเสมอ

SCGP รายได้ 9 เดือน 94,326 ล้านบาท และผลประกอบการไตรมาส 3

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 32,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน EBITDA อยู่ที่ 5,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% และมีกำไรสำหรับงวด 2,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113% ปัจจัยสำคัญมาจากการฟื้นตัวของความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซียที่ยังทำกำไรได้ดี

แม้ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ SCGP สามารถควบคุมผลกระทบได้จากการวางแผนการผลิต การบริหารกำลังการผลิต และการจัดการห่วงโซ่อุปทานในหลายประเทศอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในอาเซียนยังช่วยสนับสนุนความต้องการบรรจุภัณฑ์ในหลายตลาด

แนวโน้มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ไตรมาส 4

บริษัทประเมินว่า ความต้องการบรรจุภัณฑ์ในไตรมาส 4 จะได้รับแรงหนุนจากการผลิตสินค้าเพื่อรองรับเทศกาลปลายปีและต้นปีถัดไป ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน เทศกาลเต๊ดในเวียดนาม และฮารีรายาในอินโดนีเซีย ช่วงเทศกาลเหล่านี้มักทำให้การบริโภคสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น และส่งผลโดยตรงต่อความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงเผชิญภาระหนี้ครัวเรือน เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจจำกัดการใช้จ่าย แม้ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบมีแนวโน้มทรงตัวมากขึ้น แต่บริษัทยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนการผลิตและการบริหารต้นทุนให้เหมาะสม

ขยายฐานการผลิต เสริมความแข็งแกร่งในอาเซียน

SCGP เดินหน้าลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและรองรับความต้องการในภูมิภาค โดยช่วง 9 เดือนแรก บริษัทขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกทางตอนใต้ของเวียดนามเพิ่ม 26,800 ตันต่อปี นอกจากนี้ ยังลงทุนเพิ่มฐานการผลิตกระดาษสำหรับผลิตแผ่นยิปซัมและกระดาษทำผิวกล่องลูกฟูกคุณภาพสูงในจังหวัดกาญจนบุรี รวมกำลังการผลิต 400,000 ตันต่อปี

บริษัทยังเข้าลงทุนในบริษัทจินจงฟา อุตสาหกรรมกระดาษ จำกัด หรือ JZF ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษในจังหวัดชลบุรี การลงทุนดังกล่าวช่วยเพิ่มกำลังการผลิตอีก 28,000 ตันต่อปี และเปิดโอกาสให้ SCGP ขยายฐานลูกค้าจีน รวมถึงตลาดผลไม้ส่งออกที่มีแนวโน้มเติบโต

  • เพิ่มกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษในเวียดนาม
  • ลงทุนฐานการผลิตกระดาษในจังหวัดกาญจนบุรี
  • ขยายฐานลูกค้าจีนและตลาดผลไม้ส่งออก
  • มองหาโอกาสลงทุนเพิ่มเติมในเวียดนาม อินเดีย และประเทศอื่นในอาเซียน

แนวทางดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถใช้กำลังการผลิตได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าในภูมิภาค การมีฐานการผลิตกระจายตัวในหลายประเทศยังช่วยให้ SCGP ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของความต้องการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เดินหน้าความยั่งยืนและยกระดับมาตรฐาน

นอกจากการเติบโตทางธุรกิจ SCGP ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกเป็น 37% และตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็น 40% ในปี 2569 การเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงทางเลือกช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการบริหารต้นทุนพลังงานในระยะยาว

บริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด ในกลุ่ม SCGP ยังได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2026 และระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2026 ฉบับใหม่จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ หรือ MASCI มาตรฐานเหล่านี้สะท้อนความมุ่งมั่นในการควบคุมคุณภาพ การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โดยสรุป SCGP รายได้ 9 เดือน 94,326 ล้านบาท เป็นผลลัพธ์ที่สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจ แม้เผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและต้นทุนที่ผันผวน การลงทุนในอาเซียน การบริหารฐานการผลิต และการขับเคลื่อนความยั่งยืน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเติบโตต่อเนื่องในอนาคต สำหรับผู้ติดตามธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ควรจับตาการขยายตลาดและผลประกอบการของ SCGP ในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – SCGP เปิดรายได้ 9 เดือน 94,326 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าบริหารฐานการผลิต-เพิ่มขีดความสามารถในอาเซียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *