WDC เดินหน้ากลยุทธ์ ESG ปี 2026 รับอาคารเขียว

แนวโน้มการพัฒนาอาคารในปัจจุบันไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งานอีกต่อไป แต่ยังมองถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของผู้ใช้อาคาร และความรับผิดชอบตลอดวงจรชีวิตของวัสดุ บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WDC จึงเดินหน้ากลยุทธ์ ESG ปี 2026 เพื่อเพิ่มทางเลือกวัสดุตกแต่งพื้นและผนังที่ตอบโจทย์งานออกแบบควบคู่กับมาตรฐานความยั่งยืน

ภายใต้แนวทาง WDC เดินหน้ากลยุทธ์ ESG ปี 2026 รับอาคารเขียว บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์กลุ่ม ESG Products จากปัจจุบันประมาณ 40% ไปสู่ 60% ในอนาคต การขับเคลื่อนครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจในการทำให้วัสดุที่มีข้อมูลและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมสามารถนำไปใช้งานจริงได้ง่ายขึ้น ทั้งในโครงการที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม ร้านค้า และโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบต่าง ๆ

WDC เดินหน้ากลยุทธ์ ESG ปี 2026 รับอาคารเขียว

นายบัณฑิต หิรัญญนิธิวัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า WDC ให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัสดุที่มีคุณภาพ ดีไซน์หลากหลาย และผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม โดยนำแนวคิด ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ลูกค้าเลือกวัสดุได้สอดคล้องกับเป้าหมายของแต่ละโครงการมากขึ้น

เป้าหมายของบริษัทไม่ได้มุ่งเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์รักษ์โลกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้วัสดุที่มีมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริง มีรูปแบบเหมาะกับงานออกแบบ และเข้าถึงได้ในระดับราคาที่เหมาะสม การเพิ่มสัดส่วน ESG Products จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยให้สถาปนิก นักออกแบบ และผู้พัฒนาโครงการนำประเด็นสิ่งแวดล้อมมาพิจารณาตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการออกแบบ

มาตรฐาน ESG Products ช่วยสนับสนุนงานออกแบบอย่างไร

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ESG ของ WDC มีการรับรองจากองค์กรระดับนานาชาติ โดยรายละเอียดจะแตกต่างกันตามประเภทและรุ่นสินค้า ได้แก่ Singapore Green Label, Environmental Product Declaration หรือ EPD และ Global GreenTag GreenRate Level A การรับรองเหล่านี้ช่วยให้ผู้เลือกซื้อมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ความปลอดภัย และการจัดการผลิตภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต

สำหรับใบรับรอง EPD ผลิตภัณฑ์จะผ่านการตรวจสอบโดย SCS Global Services จากสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน WDC มีผลิตภัณฑ์กระเบื้องที่ได้รับ EPD มากกว่า 800 รายการ ซึ่งเป็นผลจากการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี และบริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองเป็นมากกว่า 3,000 รายการภายในปี 2030 ขณะที่ Global GreenTag GreenRate Level A ซึ่งเป็นการรับรองล่าสุดในปี 2026 ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสังคม

วัสดุจากเอเชีย ตอบโจทย์โครงการอาคารเขียว

จุดเด่นอีกด้านของผลิตภัณฑ์กลุ่ม ESG คือการผลิตในเอเชียและนำเสนอภายใต้โครงสร้างราคาเอเชีย แนวทางดังกล่าวช่วยให้วัสดุที่มีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมรองรับเข้าถึงผู้ใช้งานได้กว้างขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องแลกกับคุณภาพหรือดีไซน์ ลูกค้าจึงสามารถเลือกวัสดุที่เหมาะกับงบประมาณ ลักษณะโครงการ และเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างยืดหยุ่น

การเลือกใช้วัสดุที่มีการรับรองยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางสนับสนุนโครงการ Green Building หรืออาคารเขียว เพราะช่วยให้ทีมออกแบบและผู้พัฒนาโครงการมีข้อมูลที่ตรวจสอบได้สำหรับประกอบการวางแผน วัสดุเหล่านี้สามารถนำไปพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น การประหยัดพลังงาน คุณภาพอากาศภายในอาคาร การลดของเสีย และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ไฮไลต์ผลิตภัณฑ์ ESG ของ WDC

ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจในกลุ่ม ESG Products ได้แก่ ซีรีส์ MURALE สี Charcoal Bay และ Quarry Gray, ENZO สี Sand, MATERA STONE สี Beige, SONOSAND สี Powdery Shore และ POLAR สี Black Frost แต่ละรุ่นออกแบบมาเพื่อรองรับสไตล์การตกแต่งที่แตกต่างกัน ตั้งแต่พื้นที่สมัยใหม่ มินิมอล ลักชัวรี ไปจนถึงงานที่ต้องการบรรยากาศเป็นธรรมชาติ

  • MURALE เหมาะกับงานที่ต้องการพื้นผิวและโทนสีโดดเด่น สร้างมิติให้กับพื้นที่
  • ENZO สี Sand ให้บรรยากาศอบอุ่นและนำไปจับคู่กับวัสดุประเภทอื่นได้ง่าย
  • MATERA STONE สี Beige เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความเรียบหรูและความเป็นธรรมชาติ
  • SONOSAND สี Powdery Shore ช่วยสร้างความนุ่มนวลและความผ่อนคลายให้กับงานตกแต่ง
  • POLAR สี Black Frost เหมาะกับงานที่ต้องการความเข้ม เท่ และมีเอกลักษณ์

จากทิศทางดังกล่าว จะเห็นได้ว่า WDC เดินหน้ากลยุทธ์ ESG ปี 2026 รับอาคารเขียว ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่มีภาพลักษณ์รักษ์โลก แต่เป็นการพัฒนาทางเลือกที่ผสานคุณภาพ ดีไซน์ การใช้งาน และข้อมูลรับรองเข้าด้วยกัน ความเคลื่อนไหวนี้ยังสอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับอาคารที่ดีต่อผู้ใช้งานและลดผลกระทบต่อโลก

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ข้อมูลมาตรฐาน และการรับรองต่าง ๆ ได้ที่โชว์รูม WDC ทุกสาขา เว็บไซต์ www.wdc.co.th หรือช่องทางโซเชียลมีเดียของ WDC การเลือกวัสดุอย่างรอบคอบตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้ทุกโครงการก้าวไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างคุณค่าได้ทั้งต่อผู้ใช้งาน ธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม

ที่มา – WDC เดินหน้ากลยุทธ์ ESG ปี 2026 ดัน ESG Products รองรับเทรนด์ Green Building

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *