กฟผ.-พพ. เปิดโมเดลพลังงานครบวงจร
ทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดกำลังเกิดขึ้นอย่างจริงจังในประเทศไทย โดยล่าสุด กฟผ.-พพ. เปิดโมเดลพลังงานครบวงจร ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัย และภาคเอกชน เพื่อพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานในกลุ่มอาคารย่านศูนย์กลางธุรกิจ หรือ Central Business District (CBD) โครงการนี้มุ่งยกระดับการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาพลังงานจากระบบหลัก และวางรากฐานสู่การเป็นอาคารที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์
ความร่วมมือดังกล่าวเกิดจากการลงนามบันทึกความเข้าใจด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หรือ พพ. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด โดยทุกฝ่ายจะร่วมกันศึกษา ออกแบบ และทดสอบระบบพลังงานที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในพื้นที่กลุ่มอาคาร
กฟผ.-พพ. เปิดโมเดลพลังงานครบวงจรด้วยโซลาร์และแบตเตอรี่
หัวใจสำคัญของโครงการคือการนำระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Rooftop มาทำงานร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบผสม หรือ Hybrid Battery Energy Storage System (Hybrid BESS) ระบบดังกล่าวประกอบด้วยแบตเตอรี่ใหม่และแบตเตอรี่ใช้แล้วจากยานยนต์ไฟฟ้า หรือ Second-Life Battery ซึ่งช่วยเพิ่มประโยชน์ให้กับแบตเตอรี่ที่ยังมีศักยภาพในการใช้งาน และสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
ในช่วงกลางวัน อาคารสามารถผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เพื่อนำมาใช้กับอุปกรณ์สำนักงาน ระบบปรับอากาศ และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ หากผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าความต้องการ ระบบจะนำพลังงานส่วนเกินไปจัดเก็บไว้ในแบตเตอรี่ เมื่อต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงเย็นหรือช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ก็สามารถดึงพลังงานที่กักเก็บไว้ออกมาใช้ได้ วิธีนี้ช่วยลดการซื้อไฟฟ้าจากระบบหลักและช่วยบริหารค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ดีขึ้น
กฟผ.-พพ. เปิดโมเดลพลังงานครบวงจรเพื่ออาคารอัจฉริยะ
นอกจากโซลาร์รูฟท็อปและระบบกักเก็บพลังงานแล้ว โครงการยังมีการนำหม้อแปลงไฟฟ้าอัจฉริยะและระบบบริหารจัดการพลังงานเข้ามาเชื่อมโยงกัน ระบบจะช่วยติดตามข้อมูลการผลิตและการใช้ไฟฟ้าแบบใกล้เคียงเวลาจริง ทำให้ผู้ดูแลอาคารรู้ว่าเวลาใดควรใช้ไฟฟ้าจากแหล่งใด ควรชาร์จแบตเตอรี่เมื่อใด และควรจ่ายพลังงานให้กับอาคารแต่ละแห่งอย่างไรจึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
การบริหารจัดการพลังงานในลักษณะนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างอาคารภายในพื้นที่เดียวกัน อาคารที่มีไฟฟ้าเหลือสามารถส่งต่อพลังงานให้กับอาคารที่มีความต้องการใช้สูงกว่า ช่วยลดการสูญเสียและทำให้การใช้พลังงานในภาพรวมมีความสมดุลมากขึ้น ทั้งยังเป็นแนวทางสำคัญของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอนาคต
ประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากโครงการต้นแบบ
- เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน: ระบบจะช่วยวางแผนการผลิต การจัดเก็บ และการใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละอาคาร
- ลดต้นทุนค่าไฟฟ้า: อาคารสามารถใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์และแบตเตอรี่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดการซื้อไฟฟ้าจากระบบหลัก
- ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า: การนำแบตเตอรี่จากรถยนต์ไฟฟ้าที่ผ่านการใช้งานแล้วมาใช้ต่อ ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดของเสีย
- สนับสนุนความมั่นคงทางไฟฟ้า: ระบบกักเก็บพลังงานช่วยให้อาคารมีทางเลือกในการใช้ไฟฟ้า และลดผลกระทบจากความผันผวนของการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์
- ต่อยอดเชิงพาณิชย์: ผลการศึกษาและทดสอบสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และพื้นที่ธุรกิจอื่น ๆ
ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการติดตั้งแผงโซลาร์หรือแบตเตอรี่ แต่เป็นการออกแบบระบบพลังงานให้ทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า การกักเก็บ การควบคุม ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างอาคาร โดยมีข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจ
ในมุมของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โครงการนี้ถือเป็นตัวอย่างของการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน กฟผ. มีบทบาทด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้า พพ. สนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน สถาบันวิจัยช่วยพัฒนาองค์ความรู้ ขณะที่ภาคเอกชนช่วยผลักดันเทคโนโลยีให้สามารถนำไปใช้ได้จริง การทำงานร่วมกันจึงมีโอกาสสร้างต้นแบบที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
หากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย โมเดลนี้จะช่วยให้กลุ่มอาคารในย่านธุรกิจสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่การใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญยังช่วยสร้างความเข้าใจว่าการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่จำเป็นต้องรอเทคโนโลยีในอนาคต แต่สามารถเริ่มต้นจากการจัดการพลังงานที่มีอยู่ให้ฉลาดและคุ้มค่ามากขึ้น
โดยสรุป กฟผ.-พพ. เปิดโมเดลพลังงานครบวงจร เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบพลังงานสำหรับอาคารยุคใหม่ การผสานโซลาร์รูฟท็อป Hybrid BESS หม้อแปลงอัจฉริยะ และระบบบริหารจัดการพลังงาน จะช่วยให้การใช้ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น ผู้ประกอบการและหน่วยงานต่าง ๆ ควรติดตามผลจากโครงการต้นแบบนี้ เพราะอาจเป็นแนวทางสำคัญในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและร่วมสร้างประเทศไทยที่เดินหน้าไปสู่พลังงานสะอาดอย่างมั่นคง
ที่มา – กฟผ.-พพ. เปิดโมเดล ‘พลังงานครบวงจร’ โซลาร์หลังตา บวกบีอีเอสเอส