สหรัฐเตือนพันธมิตร อาวุธล่าช้าถึง 5 ปี

สถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่า สหรัฐเตือนพันธมิตร อาวุธล่าช้าถึง 5 ปี เนื่องจากคลังแสงของสหรัฐลดลงอย่างมากจากการใช้กระสุนและระบบอาวุธในปฏิบัติการทางทหารที่ผ่านมา ข่าวนี้สร้างความกังวลให้กับหลายประเทศที่กำลังรอรับมอบขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และอุปกรณ์ทางทหารที่มีความสำคัญต่อการวางแผนด้านความมั่นคง

แหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตันเปิดเผยว่า สหรัฐได้แจ้งเตือนชาติพันธมิตรให้เตรียมรับมือกับความล่าช้าในการส่งมอบอาวุธบางรายการ โดยระยะเวลาที่ล่าช้าอาจยาวนานถึง 5 ปี เหตุผลหลักมาจากความจำเป็นที่สหรัฐต้องเร่งเติมเต็มคลังกระสุนและอาวุธของตัวเองให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมก่อน ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้สหรัฐจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอุตสาหกรรมป้องกันประเทศขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่กำลังการผลิตก็อาจไม่เพียงพอเมื่อเกิดการใช้ยุทโธปกรณ์ในปริมาณสูงต่อเนื่อง

สหรัฐเตือนพันธมิตร อาวุธล่าช้าถึง 5 ปี กระทบใครบ้าง

รายงานระบุว่า คลังแสงของสหรัฐลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากสงครามกับอิหร่าน โดยมีการประเมินว่าสหรัฐใช้ขีปนาวุธแพทริออตรุ่นก้าวหน้าที่สุดไปแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนที่มีอยู่ในคลังแสง นอกจากนี้ ยังใช้ขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กประมาณหนึ่งในสาม รวมถึงขีปนาวุธโจมตีแม่นยำสูงและระบบสกัดกั้นทาดเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณที่จัดเก็บไว้

สำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรสสหรัฐ หรือซีบีโอ ประเมินเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 สหรัฐอาจใช้ระบบสกัดกั้นขีปนาวุธในคลังไปแล้วมากถึงสองในสาม ตัวเลขดังกล่าวทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินครั้งใหม่ หากต้องเผชิญกับภัยคุกคามหลายด้านพร้อมกัน สหรัฐจึงต้องจัดลำดับความสำคัญระหว่างการสนับสนุนพันธมิตรกับการรักษาขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของตัวเอง

สหรัฐเตือนพันธมิตร อาวุธล่าช้าถึง 5 ปี จากกำลังผลิตที่เร่งไม่ทัน

ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนอาวุธในคลังเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับระยะเวลาในการผลิตและห่วงโซ่อุปทานด้วย ขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศเป็นอาวุธที่มีความซับซ้อนสูง ต้องใช้ชิ้นส่วนเฉพาะทาง แรงงานที่มีทักษะ และกระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยหลายขั้นตอน แม้บริษัทผู้ผลิตจะพยายามเพิ่มกำลังการผลิต แต่การขยายโรงงานหรือจัดหาวัตถุดิบก็ไม่สามารถทำได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน

บริษัทล็อกฮีด มาร์ติน อยู่ระหว่างการขยายกำลังผลิตขีปนาวุธแพทริออตจากประมาณ 600 ลูกต่อปี เป็น 2,000 ลูกต่อปี หากทำได้ตามเป้าหมายก็จะช่วยบรรเทาความตึงตัวของคลังแสงในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเพิ่มกำลังผลิตจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก รวมถึงต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ว่าจะมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องเพียงพอที่จะรองรับการขยายสายการผลิต

ด้านบริษัทเรย์เธียน ซึ่งอยู่ในเครืออาร์ทีเอ็กซ์ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศที่หลายประเทศพึ่งพา แต่จากสถานการณ์คลังแสงที่ตึงตัว บริษัทมีแนวโน้มไม่สามารถส่งมอบขีปนาวุธโทมาฮอว์กพิสัยไกลและระบบยิงภาคพื้นดินไทฟอนให้เยอรมนีได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า เรื่องนี้ทำให้ประเทศผู้ซื้อจำเป็นต้องทบทวนแผนจัดหาอาวุธ และอาจต้องมองหาทางเลือกจากผู้ผลิตรายอื่นเพิ่มเติม

ยุโรปและยูเครนได้รับผลกระทบโดยตรง

ผลกระทบเริ่มเห็นได้ชัดในยุโรป หลายประเทศต้องเลื่อนกำหนดรับมอบขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศออกไป เยอรมนีได้ร้องขอให้สหรัฐเร่งส่งมอบขีปนาวุธโทมาฮอว์กพิสัยไกล รวมถึงระบบยิงภาคพื้นดินไทฟอน เพื่อเสริมศักยภาพด้านความมั่นคงของประเทศ แต่ข้อจำกัดด้านคลังแสงและกำลังผลิตทำให้การตอบสนองไม่อาจเป็นไปตามกำหนดเดิม

สำหรับยูเครน สถานการณ์ยิ่งมีความละเอียดอ่อน เพราะประเทศดังกล่าวกำลังร้องขอระบบสกัดกั้นแพทริออตเพิ่มเติม ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งคาดว่าการสู้รบจะมีความยากลำบากมากขึ้น ระบบป้องกันภัยทางอากาศมีบทบาทสำคัญต่อการปกป้องเมือง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และพื้นที่พลเรือน หากการส่งมอบล่าช้า ยูเครนอาจต้องปรับแผนการป้องกัน รวมถึงจัดสรรระบบที่มีอยู่ไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด

ประเด็นนี้ยังสะท้อนความท้าทายของการพึ่งพาอาวุธจากประเทศมหาอำนาจเพียงไม่กี่ราย เมื่อผู้ผลิตหลักประสบปัญหาด้านกำลังผลิต ประเทศผู้ซื้อก็อาจได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการรอคิวนานขึ้น ต้นทุนจัดซื้อที่เพิ่มขึ้น หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบอาวุธที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากแผนเดิม

ญี่ปุ่นและตะวันออกกลางก็เผชิญความล่าช้า

ปัญหาการขาดแคลนอาวุธไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสหรัฐและยุโรปเท่านั้น เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สหรัฐแจ้งญี่ปุ่นว่าการส่งมอบขีปนาวุธโทมาฮอว์กอาจล่าช้าออกไปนานถึง 2 ปี การเลื่อนส่งมอบดังกล่าวอาจส่งผลต่อการวางแผนเสริมขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีการแข่งขันทางทหารและความตึงเครียดเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียได้เรียกร้องให้พันธมิตร รวมถึงสหรัฐ สนับสนุนทางทหารเพื่อรับมือการโจมตีของกลุ่มฮูตีในเยเมน ความต้องการอาวุธและระบบสกัดกั้นจากหลายภูมิภาคในเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้การแข่งขันเพื่อเข้าถึงยุทโธปกรณ์มีแนวโน้มสูงขึ้น ประเทศที่มีคำสั่งซื้ออยู่แล้วอาจต้องรอนานกว่าเดิม ขณะที่ประเทศที่กำลังเริ่มเจรจาจัดซื้ออาจต้องเตรียมงบประมาณและแผนสำรองเพิ่มเติม

  • สหรัฐต้องเร่งเติมคลังแสงของตัวเองก่อน
  • ประเทศพันธมิตรอาจได้รับอาวุธล่าช้าหลายปี
  • กำลังผลิตขีปนาวุธต้องใช้เวลาในการขยายตัว
  • ยุโรป ยูเครน ญี่ปุ่น และตะวันออกกลางได้รับผลกระทบแตกต่างกัน
  • ผู้ซื้ออาวุธอาจต้องกระจายแหล่งจัดหาและวางแผนสำรอง

ในภาพรวม ข่าว สหรัฐเตือนพันธมิตร อาวุธล่าช้าถึง 5 ปี ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของกำหนดส่งมอบที่เลื่อนออกไป แต่ยังสะท้อนความเปราะบางของระบบอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทั่วโลกด้วย การใช้ขีปนาวุธจำนวนมากในช่วงเวลาสั้น ๆ สามารถทำให้คลังแสงลดลงเร็วกว่าความเร็วในการผลิตอย่างมาก ขณะเดียวกัน ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาวุธก็ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในการวางแผนความมั่นคง

สำหรับประชาชนทั่วไป ประเด็นนี้อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วมีผลต่อทิศทางการเมืองระหว่างประเทศ งบประมาณของรัฐบาล และความมั่นคงในภูมิภาคต่าง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ ต่อจากนี้หลายประเทศน่าจะหันมาให้ความสำคัญกับการผลิตภายในประเทศ การสร้างคลังสำรอง และการจัดหาอาวุธจากหลายแหล่งมากขึ้น เพื่อไม่ให้ต้องพึ่งพาผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งมากเกินไป

มุมมองที่น่าจับตาคือ การเพิ่มกำลังผลิตอาจช่วยแก้ปัญหาได้ในระยะยาว แต่ไม่สามารถชดเชยช่องว่างด้านความมั่นคงที่เกิดขึ้นในทันที ประเทศต่าง ๆ จึงควรวางแผนอย่างรอบคอบ ประเมินความเสี่ยงตามสถานการณ์จริง และเตรียมทางเลือกด้านการป้องกันให้หลากหลาย ข่าวนี้จึงเป็นสัญญาณสำคัญว่า ความมั่นคงยุคใหม่ไม่ได้วัดกันแค่จำนวนอาวุธที่มีอยู่ แต่รวมถึงความสามารถในการผลิต เติมคลัง และส่งมอบได้ทันเวลาอีกด้วย

ที่มา – สหรัฐเตือนพันธมิตร ส่งมอบอาวุธอาจล่าช้าถึง 5 ปี เหตุคลังแสงร่อยหรอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *