ขุดทรายประชิดเสาสัญญาณ ชาวบ้านตะพงหวั่นอันตราย

ชาวบ้านหมู่ 9 ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบกรณีมีการนำรถแบ๊กโฮเข้าขุดทรายละเอียดเป็นบริเวณกว้าง ใกล้เสาสัญญาณโทรศัพท์ขนาดใหญ่และแนวกำแพงสำนักงานสหกรณ์ประมงระยอง ถนนสายตะพง-หาดแม่รำพึง เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้คนในพื้นที่ เพราะเกรงว่าการขุดดินลึกใกล้ฐานเสาอาจกระทบต่อความแข็งแรงและความปลอดภัยของชุมชน

จากการตรวจสอบในพื้นที่พบรถแบ๊กโฮสีเหลืองกำลังตักทรายขึ้นมากองไว้ภายในหลุมขุดขนาดใหญ่ ก่อนจะมีรถบรรทุกสิบล้อเข้ามาขนย้ายทรายออกไปส่งยังโรงแต่งแร่ ชาวบ้านจึงตั้งคำถามว่ากิจกรรมดังกล่าวได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่ และมีการกำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบต่อดิน เสาสัญญาณ ถนน และทรัพย์สินใกล้เคียงไว้อย่างไร

ขุดทรายประชิดเสาสัญญาณ

ประเด็นขุดทรายประชิดเสาสัญญาณกลายเป็นเรื่องที่ชาวบ้านจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้ฐานเสาสัญญาณโทรศัพท์ขนาดใหญ่ หากขุดลึกหรือขยายแนวขุดเข้าไปมากขึ้น อาจทำให้ดินบริเวณฐานรากสูญเสียความมั่นคง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง ซึ่งน้ำอาจทำให้ดินอ่อนตัว เกิดการทรุด หรือเกิดการพังทลายของขอบหลุมได้

คนขับรถแบ๊กโฮให้ข้อมูลว่า ตนเป็นเพียงลูกจ้างของนายมนตรี ผู้รับซื้อทรายจากชาวบ้าน โดยได้รับคำสั่งให้ขุดทรายละเอียดและนำมากองรอการขนส่งไปยังโรงแต่งแร่ในพื้นที่คลองทุเรียน ตำบลสุนทรภู่ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ส่วนรายละเอียดเรื่องใบอนุญาตหรือการประสานงานกับหน่วยงานราชการนั้นไม่ทราบ เพราะมีหน้าที่เฉพาะการควบคุมรถและขุดทรายตามคำสั่ง

ตรวจสอบขุดทรายประชิดเสาสัญญาณต้องดูเรื่องใดบ้าง

การตรวจสอบขุดทรายประชิดเสาสัญญาณควรพิจารณาหลายด้าน ไม่ใช่เพียงตรวจว่ามีเอกสารอนุญาตหรือไม่เท่านั้น แต่ต้องประเมินผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบและความปลอดภัยของประชาชนด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรลงพื้นที่เก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ พร้อมตรวจสอบแนวเขต ความลึกของหลุม ระยะห่างจากฐานเสา และลักษณะชั้นดินในบริเวณดังกล่าว

  • ตรวจสอบว่าผู้ประกอบการมีใบอนุญาตขุดหรือเคลื่อนย้ายทรายถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
  • ตรวจวัดระยะห่างระหว่างขอบหลุมขุดกับฐานเสาสัญญาณ รวมถึงแนวเขตที่ดินโดยรอบ
  • ประเมินความมั่นคงของฐานรากและความเสี่ยงจากดินทรุด ดินสไลด์ หรือหลุมพัง
  • ตรวจสอบเส้นทางรถบรรทุกและผลกระทบต่อถนน บ้านเรือน ฝุ่น เสียง และการจราจร
  • กำหนดมาตรการป้องกันและแผนฟื้นฟูพื้นที่ หากพบว่าการขุดส่งผลกระทบต่อชุมชน

ชาวบ้านระบุว่าเห็นรถแบ๊กโฮเข้ามาดำเนินการหลายวันแล้ว และมีรถบรรทุกสิบล้อเข้าออกอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการให้ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองระยอง เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดระยอง รวมถึงหน่วยงานด้านทรัพยากรและท้องถิ่น ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว การลงพื้นที่ควรเปิดโอกาสให้ชาวบ้านนำเสนอข้อมูลและข้อสังเกต เพราะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ย่อมเห็นความเปลี่ยนแปลงของสภาพดินและกิจกรรมขนส่งได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากเรื่องความถูกต้องของการอนุญาตแล้ว การขุดทรายยังอาจเกี่ยวข้องกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงทางน้ำ การชะล้างหน้าดิน ฝุ่นละออง และเสียงรบกวน หากปล่อยให้ดำเนินการโดยไม่มีการควบคุม อาจทำให้ปัญหาขยายตัวและสร้างความเสียหายต่อผู้พักอาศัยใกล้เคียงได้ หน่วยงานรัฐจึงควรชี้แจงข้อมูลอย่างโปร่งใสว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ มีเงื่อนไขการขุดอย่างไร และจะติดตามตรวจสอบต่อเนื่องในระยะยาวหรือไม่

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการและเจ้าของที่ดินควรตระหนักว่าการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรต้องดำเนินการควบคู่กับความปลอดภัยของชุมชน การนำเครื่องจักรหนักเข้าขุดใกล้โครงสร้างสำคัญควรมีผู้เชี่ยวชาญประเมินความเสี่ยง รวมถึงจัดทำแนวกั้น ป้ายเตือน ระบบระบายน้ำ และมาตรการหยุดงานทันทีเมื่อพบดินแตกร้าวหรือมีสัญญาณผิดปกติ

กรณีนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจ ว่าการขุดทรายได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ และมีความเสี่ยงต่อเสาสัญญาณตามที่ชาวบ้านกังวลมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม ความกังวลของประชาชนไม่ควรถูกมองข้าม เพราะการตรวจสอบเชิงป้องกันย่อมดีกว่ารอให้เกิดเหตุเสาทรุดหรือโค่นล้มแล้วจึงแก้ไข

ชาวบ้านจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ ตรวจสอบเอกสาร ประเมินโครงสร้าง และสั่งระงับกิจกรรมชั่วคราวหากพบความเสี่ยง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชุมชน ความเห็นของผู้เขียนคือ การขุดทรายควรเดินหน้าได้ก็ต่อเมื่อผ่านการตรวจสอบตามกฎหมายและมีมาตรการความปลอดภัยชัดเจน หากพบข้อผิดพลาดควรดำเนินการแก้ไขทันที ก่อนเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ที่มา – ผวา! ชาวบ้านตะพง ระยอง จี้ตรวจสอบนายทุนขุดทรายประชิดเสาสัญญาณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *