จับตา สว.สีน้ำเงิน ร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรม สิทธิโชติ

ประเด็นการเมืองที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ คือกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า สว.สีน้ำเงิน อาจยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบจริยธรรมของนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังเจ้าตัวให้สัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือคดีโกง สว.

เรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งออกมาเชิญชวนให้ประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิดว่า จับตา สว.สีน้ำเงิน ร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรม สิทธิโชติ จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และหากมีการยื่นคำร้องจริง ผู้ร้องจะให้เหตุผลต่อสังคมอย่างไร

จับตา สว.สีน้ำเงิน ร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรม สิทธิโชติ

นายพริษฐ์ระบุว่า นายสิทธิโชติเป็นเสียงข้างน้อยในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับการโกง สว. โดยมีความเห็นว่าควรสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหามากกว่า 77 คน รวมถึงแกนนำพรรคภูมิใจไทย ขณะที่ กกต. มีมติในเรื่องดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา จึงมีการตั้งคำถามว่าการแสดงความคิดเห็นภายหลังการลงมติจะเข้าข่ายการเปิดเผยเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาหรือไม่

ในมุมของนายพริษฐ์ การพิจารณาในชั้น กกต. ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว การนำเสนอเหตุผลของกรรมการเสียงข้างน้อยจึงไม่ควรถูกตีความโดยอัตโนมัติว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ทั้งยังมองว่าการแสดงความเห็นอย่างสุจริตและมีข้อมูลประกอบ อาจเป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่ให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงที่หลากหลาย

ประเด็นจริยธรรมที่สังคมควรติดตาม

ข้อกล่าวหาที่อาจถูกนำไปประกอบการร้องเรียนมีหลายประเด็น โดยแต่ละประเด็นจำเป็นต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และลำดับเหตุการณ์อย่างรอบด้าน ไม่ควรตัดสินจากข้อความหรือพาดหัวข่าวเพียงอย่างเดียว ประเด็นสำคัญที่ถูกตั้งคำถามมีดังนี้

  • การแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ: ต้องพิจารณาว่าเรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. หรือได้ผ่านการลงมติสิ้นสุดแล้ว
  • การเปิดเผยข้อมูลการประชุม: ต้องแยกให้ออกระหว่างข้อมูลลับในสำนวนกับเหตุผลของกรรมการเสียงข้างน้อยที่ต้องการสื่อสารต่อประชาชน
  • การเคารพมติของเสียงข้างมาก: การมีความเห็นต่างไม่ได้หมายความว่าไม่เคารพมติ เพราะการทำงานขององค์กรย่อมมีทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย
  • หน้าที่ในการให้ข้อมูล: ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระควรสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และไม่ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด
  • ความเป็นกลางและปราศจากอคติ: การตรวจสอบควรดูว่าการใช้ดุลพินิจเกิดจากหลักฐานและกฎหมาย หรือได้รับอิทธิพลจากแรงกดดันภายนอก

นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงการแถลงข่าวของนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ซึ่งมีการกล่าวถึงรายละเอียดบางส่วนในสำนวน เช่น กรณีพยาน 3 คนกลับคำให้การ แต่ไม่ได้อธิบายเหตุผลของกรรมการเสียงข้างน้อยอย่างละเอียด จึงเกิดคำถามว่ามาตรฐานเดียวกันควรถูกนำมาใช้กับทุกฝ่ายหรือไม่

อีกด้านหนึ่ง นายพริษฐ์ชี้ว่า หน้าที่ขององค์กรอิสระไม่ได้มีเพียงการลงมติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชนด้วย หากสังคมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การทำงานของ กกต. หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีสำคัญ การสื่อสารอย่างเปิดเผยและตรวจสอบได้ย่อมช่วยลดความคลางแคลงใจได้

ประเด็นที่ถูกจับตามองยังเชื่อมโยงไปถึง กกต. 4 คน ซึ่งได้รับการรับรองโดย สว. ชุดที่ถูกเรียกว่า “สว.สีน้ำเงิน” โดยนายพริษฐ์มองว่า การใช้ดุลพินิจในคดีโกง สว. อาจทำให้เกิดคำถามเรื่องความเป็นอิสระและความเป็นกลาง อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาทั้งหมดควรผ่านกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรได้รับโอกาสชี้แจงอย่างเป็นธรรม

จับตา สว.สีน้ำเงิน ร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรม สิทธิโชติ อย่างไรต่อ

จากนี้ประชาชนควรติดตามว่า สว. ที่ถูกพาดพิงจะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. อย่างเป็นทางการหรือไม่ หากมีการยื่นจริง สิ่งที่สังคมควรพิจารณาคือเนื้อหาของคำร้อง เหตุผลทางกฎหมาย พยานหลักฐาน และมาตรฐานที่ ป.ป.ช. ใช้ในการพิจารณา ไม่ควรตัดสินล่วงหน้าว่าฝ่ายใดถูกหรือผิดก่อนกระบวนการตรวจสอบจะสิ้นสุด

สิ่งสำคัญคือการทำให้กระบวนการตรวจสอบมีความโปร่งใสและใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกรรมการเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย สว. หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ประชาชนมีสิทธิรับรู้ข้อมูลที่ครบถ้วน และมีสิทธิเปรียบเทียบการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีเหตุผล

ท้ายที่สุดแล้ว การติดตามข่าวนี้ควรยึดหลักข้อเท็จจริง อ่านข้อมูลจากหลายแหล่ง และแยกความคิดเห็นออกจากข้อกล่าวหาที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ การทำให้สังคมเห็นกระบวนการอย่างชัดเจนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบตรวจสอบและการทำงานขององค์กรอิสระได้มากขึ้น

ความคิดเห็น: หากมีการยื่นคำร้องจริง ประชาชนควรจับตาทั้งเนื้อหาของข้อกล่าวหาและความสม่ำเสมอของมาตรฐานการไต่สวน เพราะความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของความยุติธรรมในสังคม

ที่มา – ชวนประชาชนจับตา ‘สว.สีน้ำเงิน’ จ่อร้องป.ป.ช.สอบจริยธรรม ‘สิทธิโชติ’ ปมแฉคดีฮั้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *