เศรษฐกิจเวียดนามโตแรง จีดีพีไตรมาส 3 พุ่ง 9.95% สูงสุดรอบ 4 ปี

เศรษฐกิจเวียดนามโตแรง จีดีพีไตรมาส 3 พุ่ง 9.95% สูงสุดรอบ 4 ปี กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ติดตามเศรษฐกิจเอเชียอย่างมาก หลังสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ในไตรมาส 3 ปี 2569 ขยายตัว 9.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2565

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจเวียดนามกำลังฟื้นตัวและขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจโลกยังต้องเผชิญกับความผันผวน ทั้งจากทิศทางดอกเบี้ย การค้าโลก ต้นทุนพลังงาน และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญยังมาจากภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และภาคบริการ ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทต่อการจ้างงานและการลงทุนโดยตรง

เศรษฐกิจเวียดนามโตแรง จีดีพีไตรมาส 3 พุ่ง 9.95% สูงสุดรอบ 4 ปี

ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 หรือระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวรวม 9.01% เร่งขึ้นอย่างชัดเจนจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งเติบโต 7.8% การขยายตัวที่เพิ่มขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจมีแรงส่งต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดขึ้นจากการฟื้นตัวเพียงระยะสั้นของไตรมาสใดไตรมาสหนึ่งเท่านั้น

สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามยังปรับเพิ่มตัวเลขจีดีพีของไตรมาสแรกจากเดิม 7.94% เป็น 8.15% และปรับตัวเลขไตรมาส 2 จาก 8.39% เป็น 8.81% เมื่อพิจารณาตัวเลขทั้งสามไตรมาส จึงเห็นภาพการเติบโตที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี โดยไตรมาส 3 เป็นช่วงที่ขยายตัวได้โดดเด่นที่สุด

เศรษฐกิจเวียดนามโตแรงจากภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง

ภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างถือเป็นเครื่องยนต์หลักของการเติบโตในครั้งนี้ โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 12.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ภายในกลุ่มดังกล่าว ภาคการผลิตและแปรรูปเติบโต 12.28% ขณะที่การผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 13.13% ส่วนภาคก่อสร้างขยายตัวสูงถึง 14.22%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคักขึ้น ทั้งการผลิตสินค้าเพื่อส่งออก การลงทุนในโรงงาน การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายกำลังการผลิตของภาคเอกชน เวียดนามยังคงเป็นฐานการผลิตที่ได้รับความสนใจจากบริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ

สำหรับช่วง 9 เดือนแรก ภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างขยายตัว 11.21% และมีสัดส่วนต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมมากถึง 49.62% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของแรงขับเคลื่อนทั้งหมด จึงไม่น่าแปลกใจที่ตัวเลขจีดีพีของเวียดนามจะปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นเมื่อภาคนี้เติบโตได้ดี

ภาคบริการยังเติบโต ส่วนเกษตรช่วยพยุงเศรษฐกิจ

นอกจากภาคอุตสาหกรรมแล้ว ภาคบริการก็มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจเวียดนาม โดยในไตรมาส 3 ภาคบริการขยายตัว 9.54% ส่วนในช่วง 9 เดือนแรกเติบโต 8.69% และมีสัดส่วนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจรวม 45.03% การขยายตัวของภาคบริการได้รับแรงสนับสนุนจากกิจกรรมการค้า การขนส่ง การท่องเที่ยว การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ

ภาคบริการที่ขยายตัวดีช่วยให้เศรษฐกิจมีความสมดุลมากขึ้น เพราะไม่ได้พึ่งพาการส่งออกหรือโรงงานเพียงอย่างเดียว เมื่อรายได้ของประชาชนและกิจกรรมทางธุรกิจเพิ่มขึ้น ก็มีแนวโน้มช่วยสนับสนุนการจับจ่ายใช้สอยและการลงทุนในประเทศตามไปด้วย

ขณะที่ภาคเกษตร ป่าไม้ และประมง ขยายตัว 4.21% ในไตรมาส 3 และเติบโต 4.02% ในช่วง 9 เดือนแรก แม้อัตราการเติบโตจะต่ำกว่าภาคอุตสาหกรรมและบริการ แต่ภาคเกษตรยังมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหาร รายได้ของครัวเรือนในชนบท และการส่งออกสินค้าการเกษตรของเวียดนาม

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจคือ ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในช่วง 9 เดือนแรกของปีเพิ่มขึ้น 12.3% สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามระบุว่า อัตราการเติบโตดังกล่าวเป็นระดับที่สูงที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตัวเลขนี้ช่วยยืนยันว่าโรงงานและภาคการผลิตกำลังกลับมาขยายตัวอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการเติบโตจากฐานที่ต่ำเท่านั้น

การเพิ่มขึ้นของผลผลิตอุตสาหกรรมอาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในหลายด้าน ตั้งแต่การจ้างงาน รายได้ของแรงงาน การใช้วัตถุดิบในประเทศ ไปจนถึงความต้องการด้านโลจิสติกส์และบริการทางธุรกิจ หากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป เวียดนามจะมีโอกาสรักษาความสามารถในการแข่งขันในฐานะฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมืองใหญ่และท้องถิ่นเวียดนามเติบโตไปพร้อมกัน

การเติบโตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะเมืองเศรษฐกิจหลักเท่านั้น โดยมีเมืองและจังหวัด 12 แห่ง จากทั้งหมด 34 แห่งของเวียดนามที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมระดับจังหวัด หรือจีอาร์ดีพี ในช่วง 9 เดือนแรกขยายตัวอย่างน้อย 10% สะท้อนว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังกระจายไปยังหลายพื้นที่

สำหรับกรุงฮานอย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ มีการเติบโตในช่วง 9 เดือนแรกที่ 8.85% ขณะที่นครโฮจิมินห์ ศูนย์กลางธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดของเวียดนาม เติบโต 9.06% แม้อัตราดังกล่าวจะต่ำกว่าเมืองหรือจังหวัดที่ขยายตัวเกิน 10% แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับแข็งแกร่งและมีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจโดยรวม

  • จีดีพีไตรมาส 3: ขยายตัว 9.95% สูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2565
  • จีดีพีช่วง 9 เดือนแรก: ขยายตัว 9.01% เพิ่มจาก 7.8% ในปีก่อน
  • อุตสาหกรรมและก่อสร้าง: ขยายตัว 11.21% ในช่วง 9 เดือนแรก
  • ภาคบริการ: ขยายตัว 8.69% ในช่วง 9 เดือนแรก
  • ภาคเกษตร ป่าไม้ และประมง: ขยายตัว 4.02% ในช่วง 9 เดือนแรก
  • ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม: เพิ่มขึ้น 12.3%

มุมมองต่อเศรษฐกิจเวียดนามในระยะต่อไป

ภาพรวม เศรษฐกิจเวียดนามโตแรง จีดีพีไตรมาส 3 พุ่ง 9.95% สูงสุดรอบ 4 ปี สะท้อนศักยภาพของเวียดนามในการดึงดูดการลงทุนและขยายภาคการผลิต อย่างไรก็ตาม การรักษาโมเมนตัมในระยะยาวยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความต้องการสินค้าในตลาดโลก ต้นทุนวัตถุดิบ เสถียรภาพของระบบการเงิน คุณภาพโครงสร้างพื้นฐาน และความสามารถในการพัฒนาแรงงานให้รองรับอุตสาหกรรมใหม่

สำหรับประเทศไทย ตัวเลขนี้เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ผู้ประกอบการไทยอาจมองหาโอกาสเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานเวียดนาม ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมรับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในสินค้าอุตสาหกรรม การส่งออก และการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ หากเวียดนามยังรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง ประเทศนี้อาจมีบทบาทเพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเห็นได้ชัด

โดยสรุป เศรษฐกิจเวียดนามโตแรง จีดีพีไตรมาส 3 พุ่ง 9.95% สูงสุดรอบ 4 ปี เป็นสัญญาณบวกที่มาจากแรงสนับสนุนของภาคการผลิต การก่อสร้าง บริการ และการลงทุน ผู้อ่านควรติดตามตัวเลขไตรมาสถัดไป รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจและทิศทางการค้าโลก เพื่อประเมินว่าเวียดนามจะรักษาความร้อนแรงนี้ได้ยาวนานเพียงใด

หากคุณสนใจข่าวเศรษฐกิจอาเซียน อย่าลืมติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพราะการเปลี่ยนแปลงของเวียดนามอาจส่งผลต่อธุรกิจ การลงทุน และโอกาสทางการค้าของไทยในอนาคต

ที่มา – เศรษฐกิจเวียดนามโตแรง จีดีพีไตรมาส 3 พุ่ง 9.95% สูงสุดรอบ 4 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *