’จ๊ะจ๋า-จิ๊บ‘ ซาบซึ้ง คุณยายบริจาคร่างกาย ภูมิใจไม่เคยเรียนหนังสือ ได้เป็นอาจารย์ใหญ่ให้ว่าที่คุณหมอ
เรื่องราวของ “จ๊ะจ๋า พริมรตา” และสามีหนุ่ม “จิ๊บ วสุ” ที่มาพร้อมกับความทouched และยกระดับความภาคภูมิใจอย่างลึกซึ้ง เมื่อจ๊ะจ๋าได้เปิดใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวถึงความภาคภูมิใจในตัวคุณยายแท้ๆ ที่แม้จะไม่ได้เรียนหนังสือเลย แต่ได้อุทิศร่างกายเพื่อเป็นวิทยาทาน เป็น “อาจารย์ใหญ่” ให้แก่นักศึกษาแพทย์ในวาระสุดท้ายของชีวิต
’จ๊ะจ๋า-จิ๊บ‘ ซาบซึ้ง คุณยายบริจาคร่างกาย
จ๊ะจ๋าเล่าให้ฟังว่า คุณยายอายุ 86 ปีได้บริจาคร่างกายไว้ จึงเมื่อล่วงลับไป ร่างกายเลยถูกโรงพยาบาลรับไปดูแล และถูกใช้เป็นต้นแบบการเรียนรู้ให้กับนักศึกษาแพทย์และทันตแพทย์มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์เป็นอย่างดี
“พอทราบว่าร่างของคุณยายถูกนำมาใช้ประโยชน์ นิสิตมาราชิกมากราบขอบคุณ ก็บอกว่าคุณยายของเราเป็นอาจารย์ใหญ่ของพวกเขาเลยค่ะ ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุดเลยสำหรับคุณยายที่ไม่เคยได้เข้าโรงเรียนหนังสือเลย” จ๊ะจ๋าเปิดใจอย่างน้ำตาซึม
การให้คือคุณค่าสุดท้ายของชีวิต
ย้อนกลับไป หากแต่จ๊ะจ๋าเองก็เป็นผู้บริจาคอวัยวะดวงตาและอวัยวะต่าง ๆ ไว้ก่อนหน้านี้ ครอบครัวทั้งฝ่ายของเธอและจิ๊บ ก็ได้ครอบคลุมในแนวคิดของการบริจาค ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ น้องสาว ทุกคนต่างได้แสดงเจตจำนงว่าจะส่งต่อความมีประโยชน์แม้หมดลมหายใจแล้ว
“จริงๆ เราไม่รู้เลยว่าบริจาคไว้แล้วเขาจะเอามาทำอะไรกับเรา จนกระทั่งรู้ว่าใช้ได้จริง และมันกลายเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด” จ๊ะจ๋าเผย
- คุณยายอายุ 86 ปีบริจาคร่างกาย
- นิสิตมาราชิกขอบคุณ – ถือว่าเป็น “อาจารย์ใหญ่” ตัวจริง
- ครอบครัวจ๊ะจ๋าและจิ๊บเป็นสายบริจาคทั้งคู่
ทั้งคู่ส่งเสริมกันและกันในเรื่องนี้ เพราะจิ๊บเล่าถึงช่วงเด็กที่คุณพ่อพาไปดูร่างกายของผู้มีจิตความศรัทธาที่บริจาคร่างกายเป็นวิทยาทาน “เราเลี่ยมใสตั้งแต่เด็ก ยิ่งโตขึ้นก็เข้าใจว่าการให้มันดีจริงๆ” จิ๊บบอก
ทำไมถึงควรบริจาคร่างกาย?
การบริจาคร่างกายไม่ใช่แค่สิ่งที่ดีสำหรับผู้รับ แต่มันยังเป็นภูมิปัญญาทางศีลธรรมที่ขับเคลื่อนความโชคดีให้กับคนรุ่นหลัง ทั้งในด้านวิชาการ การศึกษา รวมทั้งการฝึกฝนวิชาชีพแพทย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
จ๊ะจ๋าและจิ๊บทั้งคู่เปรียบเหมือนเป็นต้นแบบของการสนับสนุนงานศพสันติธรรม ความเชื่อที่ว่าการให้คือความสุขที่ยั่งยืน นั่นคือสิ่งที่พวกเขาอยากฝากเอาไว้กับทุกคน
หากคุณกำลังมองหาวิธีที่จะใช้ชีวิตให้คุ้มค่า แม้ตอนจบของชีวิตก็ยังมีความหมายยิ่งนัก “죽แล้วก็ยังให้ความรู้ได้อีก นั่นแหละสุดยอด” จ๊ะจ๋าบอก
ลองถามตัวเองดูสักหน่อย สิ่งที่เรามีตอนจบของชีวิต คือกระท่อมว่างเปล่า หรือจะให้มันเต็มไปด้วยคุณค่าของความให้?



