‘ชนินทร์’ ชี้ ทำข้อตกลงกับน้ำเงินไม่ใช่ free-pass สว.
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายชนินทร์ รุ่งธนะเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X โดยระบุว่า การทำข้อตกลงกับพรรคน้ำเงินไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการผ่านแบบ “free-pass” จากวุฒิสภา (สว.) อย่างที่บางคนเข้าใจ
‘ชนินทร์’ ชี้ ทำข้อตกลงกับน้ำเงินไม่ใช่ free-pass สว.
ประเด็นนี้เกิดขึ้นหลังมีการพูดถึงการที่พรรคเพื่อไทยอาจต้องจับมือกับพรรคน้ำเงินเพื่อผลักดันกฎหมายสำคัญ ซึ่งหลายคนมองว่า หากได้รับการร่วมมือจากพรรคน้ำเงิน จะสามารถผลักดันให้กฎหมายผ่านได้ง่ายขึ้น แต่นายชนินทร์ได้ชี้ให้เห็นว่าการจัดทำประชามติเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร โดยไม่จำเป็นต้องใช้ สว. ร่วมโหวต
ทำข้อตกลงกับน้ำเงินไม่เท่ากับผ่าน สว.
อีกทั้งรัฐบาลได้เตรียมเริ่มต้นกระบวนการประชามติแล้ว โดยจุดที่รออยู่คือผลคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญในเดือนกันยายนนี้ ดังนั้นการที่พรรคเพื่อไทยทำข้อตกลงกับพรรคน้ำเงินไม่ได้เท่ากับจะได้รับ “ตั๋วผ่าน” จาก สว.
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการแก้ไข พรบ.ประชามติ ซึ่งแม้ว่าจะได้รับการเห็นพ้องในสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แล้ว แต่ถูก วุฒิสภา หักผลักดันให้ล่าช้าไปกว่า 6 เดือน การที่แบบนี้แสดงให้เห็นว่าลำพังการทำข้อตกลงกับพรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่เพียงพอที่จะรับรองความสำเร็จของกฎหมาย
- การจัดทำประชามติเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร
- รัฐบาลมีแผนเริ่มกระบวนการประชามติหลังคำวินิจฉัยจากศาล
- การจับมือกับน้ำเงินไม่ใช่การันตีว่า สว. จะไม่วาดิอุปสรรค
- บทเรียนการแก้ พรบ.ประชามติ ที่ถูก สว. ส่งผลให้ล่าช้า
ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นคือการบริหารจัดการให้เกิดความเห็นพ้องอย่างแท้จริงทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ไม่ใช่เพียงแค่ข้อตกลงในระดับพรรคการเมือง การที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า สว. ยังคงมีบทบาทสำคัญในกระบวนการออกกฎหมาย แม้จะไม่ใช่ฝ่ายบริหารตรง ๆ ก็ตาม
ในบทสรุป การทำข้อตกลงกับพรรคน้ำเงินอาจเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ทางการเมือง แต่หากไม่มีการสร้างความร่วมมือจริง ๆ และไม่สามารถสื่อสารให้คณะกรรมาธิการฯ وผู้แทนวุฒิสภาเข้าใจภาพรวมของนโยบายได้ ก็อาจประสบกับความล่าช้าหรือการล้มเลิกเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทัศนะ: การเมืองในประเทศไทยมีความซับซ้อนไม่ใช่แค่เรื่องนโยบาย แต่รวมถึงบทบาทขององค์กรต่าง ๆ เช่น สว. ดังนั้นการวางแผนระยะยาว สร้างเสถียรภาพทางการเมือง และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์จึงเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ