ชมรมตรังต้านโกงแฉ! ขบวนการล่ารายชื่อส่อซื้อเสียง หัวละ 500
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวตรังและคนไทยทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังร้อนฉ่าในพื้นที่จังหวัดตรังกันเถอะ นั่นคือประเด็นที่ ชมรมตรังต้านโกงแฉ! ขบวนการล่ารายชื่อส่อซื้อเสียง สะพัดหัวละ 500 ลามครบ 4 เขต ซึ่งเป็นข่าวที่ทำให้ชาวบ้านหลายคนตื่นตัวและกังวลใจไม่น้อย โดยเฉพาะในช่วงใกล้การเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569 นี้
ขบวนการล่ารายชื่อส่อซื้อเสียง
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายชัยวุฒิ สวัสดิรักษ์ ประธานชมรมตรังต้านโกง ได้ออกมาเปิดโปงข้อมูลสำคัญ จากการติดตามสถานการณ์เลือกตั้งในจังหวัดตรัง พบว่ามีพรรคการเมืองบางพรรค สั่งให้ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ไปล่ารายชื่อประชาชนตามตำบลและหมู่บ้านต่างๆ ลักษณะนี้ชัดเจนมากว่าเป็น ขบวนการล่ารายชื่อส่อซื้อเสียง เพื่อนำไปใช้ซื้อสิทธิ์ขายเสียงกับพี่น้องประชาชน ซึ่งกระแสนี้กำลังรุนแรงในทุกเขตเลือกตั้งของตรังเลยทีเดียว
ข้อมูลที่ได้รับจากประชาชนจำนวนมากในหลายอำเภอ ยืนยันว่ามีการรวบรวมรายชื่อกันเยอะแยะ และมีข้อตกลงชัดเจนว่าจะจ่ายเงินให้หัวละ 500 บาท เพื่อแลกกับการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แม้จะมีการรณรงค์ต่อต้านการรับเงินซื้อเสียงในพื้นที่ตรังมาพอสมควร แต่กระแส ขบวนการล่ารายชื่อส่อซื้อเสียง นี้ยังคงดังกระหึ่ม ชาวบ้านพูดกันปากต่อปากทั่วทุกหัวมุม
ขบวนการล่ารายชื่อส่อซื้อเสียง ลามครบ 4 เขตเลือกตั้ง
สิ่งที่น่าตกใจคือ ครั้งนี้รุนแรงกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ มาก มีการแข่งขันกันล่ารายชื่อและทำสัญญาเงินสดกับชาวบ้าน โดยเฉพาะหัวละ 500 บาท ซึ่งลามไปทั้ง 4 เขตเลือกตั้งในจังหวัดตรัง ไม่ว่าจะเป็นเขตเมือง เขตทุ่งสง หรือเขตอื่นๆ ชาวบ้านรับรู้กันหมดแล้ว และหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าทำไมต้องยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้
- เขต 1: พบการลงพื้นที่หนักในหมู่บ้านชายทะเล
- เขต 2: ผู้นำชุมชนหลายแห่งถูกชวนเข้าร่วม
- เขต 3: กระแสล่ารายชื่อรุนแรงสุดในอำเภอรัษฎา
- เขต 4: ชาวนาและเกษตรกรถูกทาบทามจำนวนมาก
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีข่าวลือสะพัดว่าบางผู้สมัครบางเขต เริ่มขยับราคาจาก 500 บาท เป็นหัวละ 3,000 บาท เพื่อแย่งชิงคะแนนเสียงให้ได้มากขึ้น สถานการณ์แบบนี้ทำให้ภาพรวมการเลือกตั้งตรังปีนี้ดูไม่โปร่งใสเท่าที่ควร
ประธานชมรมตรังต้านโกง ยังได้ฝากข้อความถึงพี่น้องชาวตรังว่า “คนตรังต้องมีศักดิ์ศรีในตัวเอง ที่จะไม่ขายสิทธิ์ขายเสียงให้กับนักการเมืองที่จะนำเงินมาซื้อเสียง เราออกไปเลือกตั้งโดยบริสุทธิ์ รับใคร ชอบใคร พรรคไหน เห็นโยบาย เห็นแนวความคิดที่จะมาพัฒนาบ้านเมือง เราเลือกตามที่เราคิด ดีกว่าที่จะไปเลือกตั้งโดยการใช้ค่าตอบแทนที่เป็นเงิน เพราะ 500 บาท ต่อ 4 ปีนั้นมันน้อยมาก เมื่อเทียบมูลค่าแล้ว ตกวันละ 30 กว่าสตางค์เท่านั้น ซึ่งไม่คุ้มค่าเลยกับการที่รับเงินมาแล้วไปเลือกให้เข้าสภา”
เห็นด้วยสุดๆ เลยครับ การซื้อเสียงไม่เพียงทำลายประชาธิปไตย แต่ยังทำให้เราตกเป็นทาสของนักการเมืองที่ไม่สนพัฒนา地方จริงๆ ลองคิดดูสิครับ เงิน 500 บาท ใช้จ่ายได้ไม่กี่วัน แต่ผลจากการเลือกคนไม่เหมาะสม จะตามหลอกหลอนเรานานถึง 4 ปีเต็มๆ ชาวตรังเราที่มีชื่อเสียงเรื่องซื่อสัตย์ อย่าปล่อยให้ภาพลักษณ์เสียหายเพราะเรื่องแบบนี้เลย
เพื่อเสริมความรู้เรื่อง ขบวนการล่ารายชื่อส่อซื้อเสียง ชมรมตรังต้านโกงยังได้จัดอบรมและรณรงค์ในหลายชุมชน โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเลือกตั้งมาอธิบายว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายเลือกตั้ง พ.ศ. 2561 มาตรา 129 ที่ห้ามซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างเด็ดขาด ผู้ที่รับเงินหรือแจกเงิน มีโทษทั้งจำทั้งปรับหนักแน่นอน
นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มว่ากกต. จะเข้มงวดตรวจสอบมากขึ้นในปีนี้ เพราะได้รับรายงานจากประชาชนแล้ว หากคุณเจอพฤติกรรมน่าสงสัย รีบแจ้งสายด่วน กกต. 1163 หรือชมรมตรังต้านโกงทันทีครับ
ในมุมมองของผม การต้านซื้อเสียงต้องเริ่มจากตัวเราเอง อย่ารับ อย่าเอี่ยว และชวนเพื่อนบ้านด้วยกันออกมาโหวตสะอาด ตรังจะได้มี ส.ส. ที่แท้จริงมาพัฒนาจังหวัดให้เจริญรุ่งเรือง
CTA: ช่วยแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูล สร้างความตระหนักรู้ และปกป้องการเลือกตั้งที่โปร่งใสในตรังของเรานะครับ! คุณคิดเห็นอย่างไร คอมเมนต์บอกกันได้เลย
ที่มา – ชมรมตรังต้านโกงแฉ! ขบวนการล่ารายชื่อส่อซื้อเสียง สะพัดหัวละ 500 ลามครบ 4 เขต