ชายชุดดำทำทีเลือกซื้อสร้อยทอง ก่อนชิงสร้อย 2 บาท
เกิดเหตุระทึกภายในร้านทองแห่งหนึ่งในชุมชนสินทิวาธานี หมู่ 2 ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังชายแต่งกายด้วยชุดสีดำเข้ามาทำทีเลือกซื้อสร้อยคอทองคำ ก่อนอาศัยจังหวะเผลอกระชากสร้อยทองน้ำหนัก 2 บาท มูลค่าประมาณ 140,000 บาท แล้ววิ่งหลบหนีออกจากร้านอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงค่ำของวันที่ 16 ตุลาคม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนีเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX สีดำ มาจอดบริเวณหน้าร้าน จากนั้นเดินเข้ามาภายในร้านด้วยท่าทีคล้ายลูกค้าทั่วไป โดยขอเลือกดูสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท เจ้าของร้านจึงนำสร้อยมาให้ตรวจสอบตามปกติ แต่ระหว่างนั้นคนร้ายกลับพยายามกระชากสร้อยออกจากมือ ทำให้เกิดการยื้อแย่งกันชั่วขณะ ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งออกจากร้านและขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ชายชุดดำทำทีเลือกซื้อสร้อยทอง ก่อนก่อเหตุในร้าน
เจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า ระหว่างที่ชายรายนี้เข้ามาเลือกดูสร้อยทอง มีข้อสังเกตหลายอย่างที่ดูผิดปกติ ทั้งอาการมือสั่นและท่าทางมีพิรุธ อย่างไรก็ตาม ในตอนแรกยังไม่คิดว่าชายคนดังกล่าวจะลงมือก่อเหตุ เพราะเข้ามาพูดคุยและเลือกสินค้าคล้ายลูกค้าทั่วไป เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าของร้านต้องพยายามยื้อสร้อยไว้และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังคนร้ายหลบหนี
นอกจากนี้ เจ้าของร้านยังจำได้ว่า ชายรายนี้มีลักษณะคล้ายกับผู้ที่เคยเข้ามาขอดูสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาทเมื่อประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อน จึงมีความเป็นไปได้ว่าคนร้ายอาจเคยเข้ามาสังเกตสภาพร้านและจังหวะการทำงานของเจ้าของร้านมาก่อน แต่ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของตำรวจ และยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่
ลักษณะคนร้ายที่ตำรวจเร่งติดตาม
จากภาพกล้องวงจรปิดภายในร้านและคำให้การของพยาน เจ้าหน้าที่พบข้อมูลเกี่ยวกับรูปพรรณของผู้ก่อเหตุหลายประการ โดยคนร้ายเป็นชายวัยประมาณ 30 กว่าปี ผิวสองสีออกคล้ำแดง ตัดผมรองทรงสูง พูดน้อย และใช้สำเนียงภาคกลาง ขณะก่อเหตุสวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ หมวกแก๊ปสีดำ และรองเท้าแตะสีดำคาดขาว
- ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX สีดำ
- ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์
- มีลักษณะการเดินคล้ายลากขาขวา
- ก้าวขาซ้ายยาวกว่าขาขวา
- ใช้สำเนียงภาคกลางและมีอายุประมาณ 30 กว่าปี
ข้อมูลเรื่องลักษณะการเดินถือเป็นรายละเอียดสำคัญที่ตำรวจอาจใช้เปรียบเทียบกับภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดอื่น ๆ โดยเฉพาะกล้องตามถนน ทางเข้าออกชุมชน และบริเวณที่เชื่อมต่อไปยังเส้นทางหลัก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและชุดสืบสวน สภ.บางปะอิน จึงอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด
ตำรวจตรวจกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ เก็บข้อมูลจากเจ้าของร้านและพยาน รวมถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านและบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี เบื้องต้นคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี เนื่องจากชุมชนสินทิวาธานีเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีหอพักจำนวนมาก และมีผู้อยู่อาศัยทั้งพนักงานโรงงานและแรงงานต่างด้าว
ภายในชุมชนยังมีตรอก ซอย และเส้นทางเชื่อมต่อหลายเส้นทาง ทำให้คนร้ายสามารถเปลี่ยนเส้นทางได้อย่างรวดเร็ว หากขี่รถจักรยานยนต์ออกจากจุดเกิดเหตุแล้วมุ่งหน้าไปตามซอยต่าง ๆ การติดตามจากกล้องวงจรปิดจึงเป็นภารกิจสำคัญ เพราะอาจช่วยให้เห็นภาพรถจักรยานยนต์ ทิศทางการเดินทาง หรือจุดที่คนร้ายเปลี่ยนเสื้อผ้าและยานพาหนะ
คดีชายชุดดำทำทีเลือกซื้อสร้อยทองครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการร้านทองควรเพิ่มความระมัดระวังเมื่อลูกค้ามีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น แสดงท่าทางลุกลี้ลุกลน สังเกตตำแหน่งกล้องหรือทางเข้าออกของร้านมากกว่าการดูสินค้า รวมถึงควรจัดพื้นที่ให้พนักงานหรือเจ้าของร้านสามารถควบคุมสินค้าได้ง่าย การติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายมุมและตรวจสอบให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอก็เป็นอีกมาตรการที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการติดตามคนร้าย
สำหรับประชาชนที่พบเห็นบุคคลหรือรถจักรยานยนต์ตรงกับข้อมูลดังกล่าว ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง และไม่ควรเข้าไปเผชิญหน้าหรือพยายามจับกุมด้วยตนเอง เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติมและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป หากมีความคืบหน้าจะมีการรายงานให้ทราบอีกครั้ง
เหตุการณ์ชายชุดดำทำทีเลือกซื้อสร้อยทองเป็นอุทาหรณ์สำหรับร้านทองและร้านค้าที่มีสินค้ามูลค่าสูง ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับระบบรักษาความปลอดภัย การสังเกตพฤติกรรม และการแจ้งเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการนำทรัพย์สินกลับคืนมา
ที่มา – ชายชุดดำทำทีเลือกซื้อสร้อยทอง ก่อนกระชาก 2 บาทค่า 1.4 แสนวิ่งหนีลอยนวล


