ชาวโมเดิร์นซิตี้ ระยองเร่งเสริมบิ๊กแบ็ก
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดระยองสร้างความกังวลให้กับชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง หลังฝนตกหนักและมีมวลน้ำจำนวนมากไหลเข้าพื้นที่ชุมชนหมู่บ้านโมเดิร์นซิตี้ ริมถนน ค.2 อำเภอเมืองระยอง จนแนวกำแพงบางส่วนพังเสียหาย และน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 400 หลังคาเรือนในช่วงวันที่ 29 กันยายนถึง 1 ตุลาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งเตรียมความพร้อมรับมือฝนระลอกใหม่ ซึ่งคาดว่าจะตกหนักอีกครั้ง
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ชาวโมเดิร์นซิตี้ ระยองเร่งเสริมบิ๊กแบ็ก เพื่ออุดแนวกำแพงที่พังและปิดจุดเสี่ยงที่อาจทำให้น้ำไหลเข้าหมู่บ้านเพิ่มเติม การดำเนินการครั้งนี้มีนายสาธิต สุขเกษม ประธานชุมชนหมู่บ้านโมเดิร์นซิตี้ พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ร่วมกันวางแผนและจัดวางบิ๊กแบ็กกับกระสอบทรายอย่างเร่งด่วน แม้จะเป็นมาตรการชั่วคราว แต่ช่วยลดแรงดันของน้ำและชะลอการไหลเข้าพื้นที่พักอาศัยได้ในระดับหนึ่ง
ชาวโมเดิร์นซิตี้ ระยองเร่งเสริมบิ๊กแบ็กรับมือฝนระลอกใหม่
นายสาธิตเปิดเผยว่า ปีนี้มีปริมาณน้ำมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา ทำให้แนวกำแพงรอบหมู่บ้านไม่สามารถรับแรงดันน้ำมหาศาลได้ กำแพงบางช่วงก่อสร้างมานานและไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับมวลน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อระดับน้ำจากคลองกิ่วสูงขึ้น แรงดันจึงเพิ่มตามไปด้วย ก่อนที่แนวกำแพงจะพังทลายและเปิดทางให้น้ำไหลเข้าสู่หมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
ในอดีตแนวกำแพงดังกล่าวเคยช่วยป้องกันน้ำไม่ให้เข้าท่วมหมู่บ้านได้ โดยเฉพาะในปี 2558 ซึ่งพื้นที่โดยรอบได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศและปริมาณฝนในปัจจุบันมีความแปรปรวนมากขึ้น เหตุการณ์ที่เคยรับมือได้ในอดีตจึงอาจไม่เพียงพอสำหรับสถานการณ์ในปีนี้ ชาวบ้านจึงเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องปรับปรุงแนวป้องกันน้ำให้มีความแข็งแรงและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากกว่าเดิม
ชาวโมเดิร์นซิตี้ ระยองเร่งเสริมบิ๊กแบ็กด้วยความร่วมมือของชุมชน
จุดแข็งสำคัญของหมู่บ้านคือความร่วมมือของคนในชุมชน ก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้จัดเวรยามเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงช่วยกันดูแลเครื่องสูบน้ำในจุดต่าง ๆ เมื่อพบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ก็จะแจ้งเตือนผ่านกลุ่มไลน์ของหมู่บ้าน เพื่อให้ทุกครอบครัวเตรียมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและติดตามสถานการณ์ได้ทันเวลา การสื่อสารอย่างรวดเร็วช่วยลดความเสียหายและทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นระบบมากขึ้น
การนำบิ๊กแบ็กและกระสอบทรายมาเสริมแนวกำแพงเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เนื่องจากการก่อสร้างกำแพงใหม่ที่มีความมั่นคงอาจดำเนินการไม่ทันก่อนฝนตกหนักในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการหมู่บ้านจึงให้ความสำคัญกับจุดที่มีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับแรก ทั้งบริเวณที่กำแพงพังแล้ว จุดที่มีรอยร้าว และพื้นที่ซึ่งน้ำสามารถไหลเข้าชุมชนได้ง่าย
แนวทางรับมือในช่วงนี้ไม่ได้มีเพียงการวางบิ๊กแบ็กเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยการตรวจสอบเครื่องสูบน้ำ การเตรียมกระสอบทรายเพิ่มเติม การจัดเส้นทางอพยพ และการแจ้งเตือนประชาชนอย่างสม่ำเสมอ แต่ละครอบครัวควรติดตามประกาศจากชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมเอกสารสำคัญ ยารักษาโรค อาหาร น้ำดื่ม ไฟฉาย และแบตเตอรี่สำรองไว้ในจุดที่หยิบใช้งานได้สะดวก
แผนระยะยาวหลังผ่านพ้นฤดูฝน
หลังผ่านช่วงฤดูฝน คณะกรรมการหมู่บ้านมีแผนเรียกประชุมลูกบ้านเพื่อร่วมกันหาแนวทางปรับปรุงแนวกำแพงให้แข็งแรงและมั่นคงกว่าเดิม การวางแผนระยะยาวควรพิจารณาทั้งโครงสร้างกำแพง ระบบระบายน้ำ ความจุของคลองกิ่ว และการติดตั้งเครื่องสูบน้ำให้เพียงพอกับปริมาณน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังควรประสานหน่วยงานท้องถิ่นและผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เพื่อสำรวจแนวกำแพงและออกแบบระบบป้องกันน้ำที่เหมาะสมกับพื้นที่จริง
- ตรวจสอบแนวกำแพงและจุดเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่ฤดูฝน
- จัดเตรียมบิ๊กแบ็ก กระสอบทราย และอุปกรณ์สูบน้ำให้พร้อมใช้งาน
- กำหนดผู้รับผิดชอบเวรยามและช่องทางสื่อสารฉุกเฉินของชุมชน
- วางแผนย้ายผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และสัตว์เลี้ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัย
- ประสานหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อวางแผนก่อสร้างแนวป้องกันน้ำแบบถาวร
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การป้องกันน้ำท่วมจำเป็นต้องทำทั้งในระดับครัวเรือนและระดับชุมชน แม้บิ๊กแบ็กจะช่วยบรรเทาปัญหาได้ในระยะสั้น แต่การแก้ไขอย่างยั่งยืนต้องอาศัยการออกแบบโครงสร้างที่เหมาะสม การดูแลระบบระบายน้ำ และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย หากชาวบ้านยังคงร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง พร้อมติดตามสภาพอากาศและเตรียมแผนฉุกเฉินล่วงหน้า ก็จะช่วยลดความเสียหายจากฝนตกหนักและน้ำหลากในอนาคตได้
ข้อคิดสำคัญ: การเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุย่อมช่วยลดความสูญเสียได้มากกว่าการรอแก้ปัญหาเมื่อสถานการณ์รุนแรงแล้ว ทุกครัวเรือนจึงควรติดตามข่าวสารและร่วมมือกับชุมชนอย่างใกล้ชิด
ที่มา – ชาวโมเดิร์นซิตี้ ระยอง เร่งเสริมบิ๊กแบ็กอุดแนวกำแพงพัง หลังน้ำทะลักท่วมกว่า 400 หลัง หวั่นฝนถล่มซ้ำ


