ดีเอสไอแฉ! สแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัลทะลุ 1 ล้านคน

คุณเคยได้ยินเรื่อง สแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ไหม? เรื่องนี้กำลังเป็นข่าวใหญ่เลยนะ โดยเฉพาะเมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ออกมาแฉข้อมูลสุดช็อกว่า ในเวลาแค่ 3 เดือน มีคนไทยสแกนม่านตาเพื่อแลกเหรียญดิจิทัลมากกว่า 1 ล้านคน! แล้วยังพบพิรุธใน MOU ระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัทต่างชาติ ส่อเค้าฟอกเงินอีกด้วย วันนี้เราจะมาขุดลึกกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ดีเอสไอแฉ! สแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล 3 เดือนทะลุ 1 ล้านคน

ทุกอย่างเริ่มจากกรณี MOU ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กับบริษัท Prime Opportunity Fund VCC จากสิงคโปร์ เมื่อเดือนมีนาคม 2567 โดยมีบุคคลสำคัญหลายท่านร่วมเป็นสักขีพยาน เช่น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.ดีอี, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ แต่ต่อมานายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอีคนปัจจุบัน สั่งยกเลิก MOU นี้เมื่อ 24 พ.ย. 2568 หลังพบเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการฟอกเงินดิจิทัลระดับโลก

MOU นี้เกี่ยวกับโครงการศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลและการเงิน (TIDC) ซึ่งเกี่ยวข้องกับ สแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ภายใต้โครงการ Worldcoin ที่เก็บข้อมูลม่านตาคนไทยกว่า 1.2 ล้านราย ดีเอสไอเลยรับเป็นคดีพิเศษที่ 148/2568 สอบสวนบริษัทต่างๆ เช่น ทีไอดีซี โฮลดิ้งส์, ทีไอดีซี เวิล์ดเวิร์ส, เอ็ม วิชั่น (MVP) และอื่นๆ รวมถึงบุคคลสำคัญอย่างนายโอภาส เฉิดพันธุ์

สถิติผู้เข้าร่วมสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัลน่าตกใจ

รายงานภายในดีเอสไอเผยว่า ในช่วง 1 ก.ค. – 30 ก.ย. 2568 (92 วัน) มีผู้สแกนม่านตาทั้งหมด 1,017,854 ราย จาก 65 จังหวัด ได้เงินจากคู่สัญญากว่า 5,581,760 ดอลลาร์สหรัฐ! แบ่งตามเดือนดังนี้:

  • ก.ค. 2568: MVP 59,140 ราย, JIB 127,228 ราย, Com7 163,159 ราย รวม 349,527 ราย (เฉลี่ยวันละ 11,275 ราย)
  • ส.ค. 2568: MVP 32,855 ราย, JIB 207,291 ราย, Com7 176,174 ราย รวม 416,320 ราย (เฉลี่ยวันละ 13,430 ราย)
  • ก.ย. 2568: MVP 35,074 ราย, JIB 81,953 ราย, Com7 134,980 ราย รวม 252,007 ราย (เฉลี่ยวันละ 8,400 ราย)

ส่วนแบ่งตามภูมิภาค: กรุงเทพฯ สูงสุด 325,608 ราย (32%) รองลงมา ภาคกลาง 252,699 ราย (25%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 123,416 ราย (12%) และอื่นๆ ตามลำดับ โดยรวมเงินได้กว่า 5 ล้านดอลลาร์

พิรุธใน MOU เร่งรัด ส่อฟอกเงินจากสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล

สิ่งที่น่าสงสัยคือ MOU ทำเสร็จใน 3 วันเท่านั้น! จาก 25-27 มี.ค. 2567 และเครื่องสแกน Orb ติดตั้งตามร้าน JIB, Com7, MVP ดีเอสไอบุกค้น 5 จุดเมื่อ 8 ม.ค. 2569 ยึดเครื่องสแกน 4 เครื่อง และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง สอบสวนไปถึง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ว่ามีการละเมิดหรือไม่ โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับการฟอกเงิน เพราะ Worldcoin ถูกตั้งคำถามทั่วโลกเรื่องความเป็นส่วนตัว ข้อมูลม่านตาเป็น biometric ที่ sensitive มาก ถ้าตกไปมือผิด อาจนำไปใช้จ่ายร้ายได้

กรณีนี้ชี้ให้เห็นปัญหาใหญ่ของคริปโตในไทย การเร่งรัด MOU โดยไม่ตรวจสอบให้รอบคอบ ส่งผลให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว ดีเอสไอกำลังขยายผลตรวจฐานข้อมูล คาดมีพัฒนาการเพิ่ม

ความเสี่ยงจากการสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล

  • ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
  • เสี่ยงถูกหลอกลวงคริปโต
  • อาจเข้าข่ายฟอกเงินโดยไม่ตั้งใจ
  • กระทบกฎหมายไทยเรื่องข้อมูล PDPA

จากมุมมองผู้เขียน คิดว่าการลงทุนหรือแลกเหรียญดิจิทัลต้องระวังสุดๆ โดยเฉพาะที่แลกกับข้อมูล biometric แบบนี้ แนะนำตรวจสอบหน่วยงานรัฐก่อนเสมอ

คุณล่ะ เคยสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัลไหม? คิดว่าควรมีกฎเข้มกว่านี้หรือเปล่า? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ดีเอสไอแฉ! สแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล 3 เดือนทะลุ 1 ล้านคน พบพิรุธ MOU เร่งรัดส่อฟอกเงิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *