ทรัมป์จ้องฮุบน้ำมันเวเนซุเอลา ลั่นจ่อยึดกรีนแลนด์-โคลอมเบีย
ทรัมป์จ้องฮุบน้ำมันเวเนซุเอลา ลั่นจ่อยึดกรีนแลนด์-โคลอมเบีย
วันที่ 6 มกราคม 2569 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับกรอบ 6 ดาว ได้รายงานข่าวชิ้นสำคัญที่ทำให้โลกต้องจับตามอง นั่นคือการเปิดเผยแผนการของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จ้องจะฮุบแหล่งน้ำมันในเวเนซุเอลา และประกาศชัดเจนว่ากรีนแลนด์และโคลอมเบียก็จะไม่รอดจากการแทรกแซงของสหรัฐฯ
ข่าวนี้สร้างความตื่นตัวให้กับนานาชาติ โดยเฉพาะ 6 ประเทศพันธมิตรที่ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านการควบคุมแทรกแซงรัฐบาลของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณว่า ความพยายามของทรัมป์ในการยึดครองทรัพยากรและดินแดนของประเทศอื่น ๆ อาจไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
แผนฮุบแหล่งน้ำมันเวเนซุเอลา
เวเนซุเอลาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแหล่งน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก แต่ด้วยปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ ทำให้สหรัฐฯ และนักการเมืองบางคนมองว่าเป็นโอกาสในการเข้าควบคุมทรัพยากรสำคัญนี้
ทรัมป์ซึ่งเคยแสดงความสนใจในเวเนซุเอลามาก่อน กลับมาพูดอีกครั้งถึงแผนการฮุบแหล่งน้ำมัน ซึ่งไม่ใช่แค่การลงทุน แต่เป็นการยึดครองอย่างเปิดเผย ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศเวเนซุเอลาที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด
กรีนแลนด์และโคลอมเบียเป้าหมายต่อไป
นอกจากเวเนซุเอลา ทรัมป์ยังประกาศชัดเจนว่ากรีนแลนด์และโคลอมเบียจะไม่รอดจากการแทรกแซงของสหรัฐฯ เช่นกัน กรีนแลนด์ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก แต่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติมากมาย จึงถูกจับตามองในฐานะเป้าหมายทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
ส่วนโคลอมเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ แต่ก็มีทรัพยากรธรรมชาติและทำเลที่ตั้งที่สำคัญ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่อาจถูกแทรกแซงภายใต้ข้ออ้างต่าง ๆ
6 ประเทศพันธมิตรรวมพลังค้าน
ความเคลื่อนไหวของทรัมป์ทำให้ 6 ประเทศพันธมิตร ทั้งในยุโรปและอเมริกาใต้ ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านการควบคุมแทรกแซงรัฐบาลของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณว่า ความพยายามของทรัมป์ในการยึดครองทรัพยากรและดินแดนของประเทศอื่น ๆ อาจไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
การรวมตัวของประเทศเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า นานาชาติยังคงให้ความสำคัญกับหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และต่อต้านการใช้อำนาจเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศที่อ่อนแอ
ผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์โลก
แผนการของทรัมป์ไม่ใช่แค่เรื่องภายในของสหรัฐฯ แต่มีผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างมาก หากสหรัฐฯ สามารถยึดครองเวเนซุเอลา กรีนแลนด์ หรือโคลอมเบียได้จริง จะส่งผลต่อความมั่นคงทางพลังงาน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความเชื่อมั่นในระบบการเมืองโลก
นอกจากนี้ ยังอาจกระตุ้นให้ประเทศอื่น ๆ ทบทวนความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และหันไปพึ่งพาระบบพหุภาคีมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแทรกแซงในอนาคต
ความเห็นส่วนตัว
การที่นักการเมืองคนหนึ่งสามารถประกาศแผนการยึดครองประเทศอื่น ๆ ได้อย่างเปิดเผย ถือเป็นสัญญาณอันตรายต่อสันติภาพและความมั่นคงของโลก
แม้ว่าทรัมป์จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีในขณะนี้ แต่คำพูดและแผนการของเขาสามารถส่งผลต่อความคิดของผู้คน และอาจกลายเป็นนโยบายในอนาคตได้
ดังนั้น นานาชาติต้องตื่นตัวและร่วมมือกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแทรกแซงในประเทศที่อ่อนแอ และส่งเสริมหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น
ที่มา – เดลินิวส์ 6 ม.ค. ทรัมป์จ้องฮุบน้ำมันเวเนซุเอลา ลั่นจ่อยึดกรีนแลนด์-โคลอมเบีย

