ทรัมป์มั่นใจซัมมิตอะแลสกาสำเร็จ 75%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เผยมั่นใจว่าการประชุมสุดยอด (ซัมมิต) กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ที่เมืองแองคอราจ รัฐอะแลสกา จะประสบความสำเร็จมากถึง 75% พร้อมลั่นว่าตนไม่ยอมให้ปูตินข่มสิ่งใด
ทรัมป์มั่นใจซัมมิตอะแลสกาสำเร็จ 75%
ที่วอชิงตัน สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายกรัฐมนตรีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเขาจะพบปะหารือกับผู้นำรัสเซีย เพื่อหานโยบายที่สอดคล้องกันเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน โดยให้ความมั่นใจอย่างเต็มตัวว่าซัมมิตครั้งนี้จะประสบความสำเร็จสูงถึง 75%
อย่างไรก็ตาม หากการพูดคุยครั้งนี้ดำเนินไปในทิศทางที่ไม่ดี ทรัมป์ยืนยันว่าการเจรจาก็จะสิ้นสุดอย่างรวดเร็ว แต่หากทั้งสองฝ่ายสื่อสารกันได้ดี ข้อตกลงเกี่ยวกับสันติภาพในยูเครนอาจเกิดขึ้นเร็วในอนาคต
แนวทางการเจรจาอย่างเป็นทางการยังไม่เกิด
แม้ว่า ซัมมิตอะแลสกา นี้จะถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเจรจา แต่ทรัมป์ได้ระบุอย่างชัดเจนว่ายังไม่มีข้อตกลงทางการเมืองใดเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ และเตรียมจัดการประชุมแบบไตรภาคีครั้งต่อไปโดยมีประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เข้าร่วมด้วย
ด้วยรูปแบบของการเจรจาที่ตั้งใจให้เป็นการพูดคุยแบบตัวต่อตัวระหว่างทรัมป์และปูติน แม้แต่การให้ความสำคัญกับท่อน้ำแข็งในภาคเหนือที่อาจจะอ่อนไหวกับภูมิอากาศ แต่สิ่งที่แน่ชัดคือการเลือกสถานที่และเวลาของการเจรจาที่เน้นถึงความเป็นกลาง
- เจรจาไม่ต้องการตัวกลางมาก
- เจรจากันเองเป็นสองผู้นำโดยตรง
- มีนักแปลเฉพาะภาษาที่อยู่ด้วยเพียงคนเดียว
ทว่า ท่าทีของทรัมป์ยังแสดงให้เห็นว่าเขาตระหนักดีว่าหากไม่มีทางออกที่ดีจากเจรจา จะไม่ลังเลที่จะยุติการเจรจาอย่างเด็ดขาด โดยใฝ่หาทางออกร่วมกันมากกว่าการเจรจาเปล่าๆ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่าเขาไม่เหมาะกับการใช้คำว่า “แบ่งดินแดน” กับสถานการณ์ในยูเครน แต่ยอมรับว่าในบางระดับคำศัพท์นี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ “แย่เกินไป” อย่างที่คิด
ซัมมิตอะแลสกา เกิดขึ้นเวลา 11:30 น. (เวลาท้องถิ่น) หรือ 02:30 น. วันเสาร์ (เวลาประเทศไทย) เป็นโอกาสสำคัญครั้งแรกระหว่างทรัมป์และปูติน นับตั้งแต่การประชุมที่เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา
ในขณะที่ใช้เวลาเจรจาเพียงชั่วโมงเดียว ทว่าผลกระทบของการประชุมครั้งนี้อาจยื่นยาวไปถึงแนวโน้มทางการเมืองในภูมิภาคยุโรปและเอเชีย และแรงกดดันระหว่างประเทศในอนาคต
แม้การเจรจาครั้งแรกระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และรัสเซีย นี้จะไม่ได้สรุปข้อตกลงทันที แต่การจัด ซัมมิตอะแลสกา ถือเป็นการนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับสร้างเสถียรภาพในพื้นที่
ภายใต้การตรวจสอบระดับโลกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าสังเกตจากสื่อมวลชน หรือความเคลื่อนไหวของรัฐสภาหลายประเทศ การเจรจาในครั้งนี้อาจสร้างโมเมนตัมที่นำไปสู่วงเจรจาแบบครบวงกลม
สิ่งที่ควรจับตา และทำตามคือการติดตามการประชุมไตรภาคีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อาจทำให้เกิดความลุ้นมากขึ้นเมื่อทั้งสามชาติ – สหรัฐฯ รัสเซีย และยูเครน – ต้องพบกันเพื่อหาทางออกให้ได้แล้ว
ถ้าไม่อยากพลาดข่าวการเจรจาเกี่ยวกับสถานการณ์โลกในยุคนี้ เราควรมองการประชุมครั้งนี้เป็นบันไดแรกที่น่าจับตามอง
ที่มา – ทรัมป์ลั่นไม่ยอมให้ปูตินข่ม มั่นใจ 75% ซัมมิตที่อะแลสกา “ประสบความสำเร็จ”