ทรัมป์โวยตัวเลขเศรษฐกิจ “โดนบิดเบือน” ปลดฟ้าผ่ากรรมาธิการสถิติแรงงาน
ข่าวใหญ่ระดับโลกที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก เมื่ออดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน Truth Social โดยระบุว่าเขาได้สั่งปลด อีริกา แมคเอ็นทาร์เฟอร์ ออกจากตำแหน่งกรรมาธิการด้านสถิติแรงงาน เนื่องจากกล่าวหาว่าเธอเป็นผู้บิดเบือนตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ อย่างมีเจตนา โดยเฉพาะเพื่อทำให้รัฐบาลในยุคของทรัมป์ดูแย่ และเพื่อเพิ่มโอกาสให้พรรคเดโมแครตได้เปรียบในการเลือกตั้ง
ข่าวเศรษฐกิจโดนโจมตีจากทรัมป์โดยตรง
จากเหตุการณ์ที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่าเดือนกรกฎาคม 2024 มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 73,000 ตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้มาก ทรัมป์ถึงขั้นแสดงความไม่พอใจผ่านโซเชียลอย่างหนัก พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าตัวเลขเหล่านี้อาจถูกบิดเบือนให้ต่ำลงไปเพื่อผลทางการเมือง
ตัวเลขการจ้างงานลดลงในทางสถิติ
ที่น่าสนใจคือ ทรัมป์ยังได้เปรียบเทียบกับตัวเลขการจ้างงานในสองเดือนก่อนหน้า โดยชี้ว่าเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ตัวเลขเดือนกรกฎาคมลดลงมากถึง 258,000 ตำแหน่ง อย่างรุนแรง ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นการรายงานที่ขาดความเป็นธรรม
การเมืองหลอมรวมกับสถิติเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวหาว่าอีริกาว่าเคยทำพฤติกรรมแบบเดียวกันกับรัฐบาลของ โจ ไบเดน มาก่อน ทั้งที่เขามองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของเขาเองนั้นเติบโตอย่างแข็งแกร่งและรวดเร็วกว่าเดิม ซึ่งทำให้การรายงานตัวเลขของกรรมาธิการสถิติแรงงานกลายเป็นประเด็นการเมืองที่น่าจับตามอง
- เดือนพฤษภาคม: ตัวเลขการจ้างงานปรับจาก 144,000 เป็น 19,000 ตำแหน่ง
- เดือนมิถุนายน: ตัวเลขการจ้างงานปรับจาก 147,000 เหลือเพียง 14,000 ตำแหน่ง
สหรัฐฯ เป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่มีใครควบคุมตัวเลข?
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตัวเลขเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นอัตราการจ้างงานหรือการเติบโตของจีดีพี ล้วนมีความสำคัญทางการเมืองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ใกล้เลือกตั้งประธานาธิบดี เพราะประชาชนอาจตีความตัวเลขเหล่านี้ตามแนวโน้มทางความคิดการเมืองของตนเองได้มากขึ้น
กลายเป็นจุดประเด็นให้หยิบขึ้นพูดทางการเมือง
แม้ผลการรายงานจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะออกมาภายใต้กระบวนการวิเคราะห์ขั้นต้น แต่การปรับตัวเลขในภายหลังกลับเป็นชนวนให้เกิดการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความถูกต้องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานสถิติหรือนักวิจัยรายบุคคล
การตีความเศรษฐกิจ เวลาและบุคคลสำคัญ?
ประเด็นนี้อาจนำไปสู่การอภิปรายต่อวิธีการรายงานสถิติเศรษฐกิจที่ไม่สามารถปล่อยให้อยู่ภายใต้แรงกดดันทางการเมืองได้ หากสหรัฐฯ ยังต้องการภาวะผู้นำที่โปร่งใสและออกมาตรการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว
ในมุมมองของผู้สังเกตการณ์ โครงการที่รัฐต้องพึ่งพาข้อมูลสถิติเพื่อการวางนโยบาย มีความเสี่ยงเมื่อเกิดความไม่เชื่อมั่นในตัวผู้ผลิตข้อมูล เกรงว่าจะทำให้ประชาชนเกิดการฟังแต่ข้อมูลตามขั้วของตัวเอง มากกว่าจะมองหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลข โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจระดับชาติ
ที่มา – ทรัมป์โวยตัวเลขเศรษฐกิจ “โดนบิดเบือน” ปลดฟ้าผ่ากรรมาธิการสถิติแรงงาน