ทายาทอดีตไวยาวัจกร แจงคืนที่ดินวัด ไม่เคยพูดให้ไปฟ้อง

จากกรณีที่ “หลวงพ่ออลงกต” เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ได้มอบหมายให้ไวยาวัจกรออกมาทำการชี้แจงต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นที่มีชื่อของหญิงสาวจำนวนหนึ่งถือครองที่ดินของวัดกว่า 2,000 ไร่ โดยท่านได้ย้ำว่าไม่ได้มีความกังวลในเรื่องนี้แต่อย่างใด เนื่องจากหญิงสาวเหล่านั้นเป็นเด็กที่ท่านได้เก็บมาเลี้ยงดูตั้งแต่ยังเล็ก และยืนยันว่าทุกคนจะต้องปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของหลวงพ่อ ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า “แพรรี่ ไพรวัลย์” อดีตพระนักเทศน์ชื่อดัง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวผ่านทางแฟนเพจ “ไพรวัลย์ วรรณบุตร” โดยได้ทำการเผยแพร่คำชี้แจงจากหนึ่งในทายาทอดีตไวยาวัจกร พร้อมทั้งปฏิเสธว่าไม่เคยมีการใช้ถ้อยคำในลักษณะที่เป็นการท้าทายให้มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น

โดยเจ้าของโพสต์ได้ระบุข้อความว่า “ทายาทของอดีตไวยาวัจกรชี้แจงมาทางดิฉันดังนี้ค่ะ บอกว่ายินดีคืนทุกอย่างให้วัด และไม่เคยพูดว่าอยากได้ให้ไปฟ้องเอา เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย ขอให้ทุกคนลองอ่านดู และคอมเมนต์อย่างสุภาพ งดการหมิ่นประมาทนะคะ เท็จจริงอย่างไรดิฉันไม่ทราบ”

“คุณแพรี่ครับ ผมคือ 1 ในทายาทคุณธนชัย เรื่องที่ดินมีเพียง 740 ไร่ ทางเรายินดีคืนหมด แม้กระทั่งเงิน 2,700,000 ที่หลวงพ่ออ้างว่าฝากอาไว้ เราก็นำไปคืน โดยหลวงพ่อก็ไม่มีหลักฐานในการฝากหรือสมุดบัญชี หลวงพ่ออ้างว่าหลวงพ่อฝากอาไว้ เรื่องที่ทางคุณทนายเกิดผลพูดว่า อยากได้ก็ไปฟ้องเอา ทางเราไม่เคยพูด วันที่นำเงินไปคืน เราโอนมอบกรรมสิทธิ์คืนรถให้ เดิมคุณบอกมี 6 วันไปโอนมอบ มี 11 โดยทางวัดอ้างว่าเป็นของวัด เราก็คืนพร้อมโฉนดที่ดินตัวจริงอีก 340 ไร่ ที่เราค้นเจอจากห้องพักที่คุณธนชัยเสีย”

นอกจากนี้ “ทางเรามีแค่นี้ เราเซ็นมอบอำนาจให้วัด เพราะทางวัดบอกว่าเซ็นมอบอำนาจ แล้ววัดจัดการได้ ทางเราวิ่งตั้งผู้จัดการ วันนั้นทางวัดไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย ค่าทนาย ตั้งผู้จัดการมรดก และทุกอย่างเราทำกันเอง วัดมีหน้าที่เซ็นรับอย่างเดียว เสียแค่น้ำดื่ม 3 ขวด แล้วสุดท้ายวัดโอนไม่ได้ เลยติดต่อเรามาอีกครั้ง เรื่องที่ดินที่คาราคาซัง วัดจะให้เราเดินทางไปคุยกับด็อกเตอร์ แต่ทางผู้จัดการมรดกปฎิเสธไป 1 ครั้งว่าไม่สะดวก เพราะทางผู้จัดการมรดกทำเกี่ยวกับราชการ แล้วติดธุระทางราชการ เลยปฏิเสธไปว่าไม่สะดวก”

และอีกทั้ง “ทางเราไม่ได้มีการพูดแบบที่ทนายเกิดผลอ้างเบื้องต้น ว่าถ้าอยากได้ก็ไปฟ้องเอา แล้วไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่มา แล้วไม่มีหนังสือทวงถามตามที่กล่าวอ้าง เรื่องเรารับรู้หลังจากปู่ตาย แต่วัดไม่เคยช่วยเราดำเนินการอะไร ทั้งที่สร้างปัญหาให้พวกเรา คำว่าคุณอาของวรสุดา เป็นคำย่อมาจากอาจารย์ วรสุดาไม่ใช่ญาติครับ ขออนุญาตชี้แจงประมาณนี้ครับ”

อย่างไรก็ตาม “ผมไม่กล้าคอมเมนต์หรืออธิบายครับ กลัวคนที่ถล่มครับ เราไม่เคยโอนที่มาเป็นของเรา โฉนดก็คืนไป 340 โดยประมาณครับ โฉนดที่เหลือที่ญาติผมตอนนี้ไม่มีเลย มีแต่ที่เราก๊อปปี้ไว้เป็นหลักฐานวันส่งมอบครับ ผมพยายามติดต่อตามเพจครับ แต่ยังไม่มีใครตอบครับ”

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สรุปได้ว่าทางทายาทอดีตไวยาวัจกรได้ออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจในการคืนทรัพย์สินให้กับทางวัด และปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าได้มีการท้าทายให้ฟ้องร้อง โดยยืนยันว่าพร้อมที่จะคืนที่ดินและทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับวัด

ทายาทอดีตไวยาวัจกร แจงคืนที่ดินวัด ไม่เคยพูดให้ไปฟ้อง

เรื่องราวนี้ยังคงเป็นที่สนใจของสังคม และมีการติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการออกมาแจงคืนที่ดิน-ทรัพย์สินให้วัด ของทายาทในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ประเด็นสำคัญ: ทายาทอดีตไวยาวัจกร ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะมีความซับซ้อน และมีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทางทายาทอดีตไวยาวัจกรก็ได้แสดงความตั้งใจที่จะให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา และคืนทรัพย์สินให้กับวัดอย่างเต็มที่

การออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจของทายาทอดีตไวยาวัจกรในครั้งนี้ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนต่อไป

ความโปร่งใสและความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหา และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสังคม

ที่มา – ‘ทายาทอดีตไวยาวัจกร’ แจงคืนที่ดิน-ทรัพย์สินให้วัด ยืนยันไม่เคยพูด ‘อยากได้ให้ไปฟ้องเอา’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *