ที่มา อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี สโลแกนไวรัลของบุ๋ม
วลี ที่มา อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังเกิดกระแสดราม่าเกี่ยวกับ “บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” และการทำหน้าที่พรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์สบู่ชื่อดัง แม้หลายคนจะคุ้นหูกับประโยคนี้มานานกว่า 20 ปี แต่เบื้องหลังการเกิดขึ้นของสโลแกนกลับมีที่มาที่น่าสนใจ และสะท้อนให้เห็นว่าคำพูดสั้น ๆ ในโฆษณาสามารถกลายเป็นภาพจำของผู้บริโภคได้อย่างไร
ประเด็นนี้ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เพราะบุ๋มถือเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่อยู่คู่กับแบรนด์มาเป็นเวลานาน เธอไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำเสนอสินค้าเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นบุคลิกที่ผู้ชมเชื่อมโยงกับแบรนด์โดยตรง เมื่อมีข่าวว่าแบรนด์ตัดสินใจถอดบุ๋มออกจากสื่อโฆษณา ผู้ติดตามจำนวนมากจึงย้อนกลับไปพูดถึงสโลแกนยอดฮิต และตั้งคำถามว่าใครจะเข้ามารับหน้าที่ต่อในอนาคต
ที่มา อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี เริ่มต้นจากประโยคในโฆษณา
ข้อมูลจากเรื่องราวที่แบรนด์เคยเผยแพร่ระบุว่า จุดเริ่มต้นของวลีนี้มาจากแนวคิดที่ต้องการสื่อสารตัวตนของบุ๋มให้ชัดเจน เธอเป็นที่รู้จักในภาพลักษณ์ของคนพูดตรง มีความมั่นใจ และกล้าแสดงความคิดเห็น ทีมงานจึงพยายามหาประโยคที่ฟังเป็นธรรมชาติและเข้ากับบุคลิกของเธอ รวมถึงสามารถสื่อสารกับกลุ่มผู้ชมได้ง่าย
ในภาพยนตร์โฆษณาชิ้นแรก มีบทพูดในลักษณะว่า “บุ๋มเป็นคนพูดตรง ๆ อะไรดี บุ๋มก็ว่า” อย่างไรก็ตาม ผู้ชมจำนวนมากกลับจำใจความในช่วงท้ายและเรียบเรียงเป็นประโยคว่า “อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี” แทน เมื่อประโยคดังกล่าวติดหูและถูกพูดถึงมากขึ้น แบรนด์จึงนำมาใช้เป็นสโลแกนหลักต่อเนื่อง จนกลายเป็นวลีที่หลายคนจำได้ทันทีเมื่อเห็นบุ๋มในโฆษณา
ที่มา อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี ทำไมจึงกลายเป็นไวรัล
ความสำเร็จของวลีนี้ไม่ได้เกิดจากถ้อยคำเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสมผสานระหว่างคาแรกเตอร์ของพรีเซ็นเตอร์ จังหวะการพูด และความเรียบง่ายของข้อความ เมื่อผู้ชมได้ยินซ้ำหลายครั้งในโฆษณา จึงเกิดการจดจำโดยอัตโนมัติ ประโยคนี้ยังมีลักษณะคล้ายภาษาพูดในชีวิตประจำวัน ทำให้คนสามารถนำไปใช้ล้อเลียนหรือพูดตามได้ง่าย
อีกปัจจัยสำคัญคือบุ๋มมีภาพจำที่ชัดเจนในวงการบันเทิง เธอเป็นทั้งนางงาม พิธีกร นักแสดง และบุคคลสาธารณะที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก เมื่อสโลแกนถูกผูกเข้ากับตัวตนของเธอ ผู้ชมจึงไม่ได้จำเพียงสินค้า แต่จำทั้งน้ำเสียง ท่าทาง และบุคลิกของผู้พูดได้ด้วย นี่คือเหตุผลที่วลีนี้ยังถูกนำกลับมาพูดถึง แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี
ในมุมการตลาด สโลแกนที่ดีควรสั้น จำง่าย และเชื่อมโยงกับความรู้สึกของผู้บริโภคได้ทันที กรณีนี้สะท้อนว่าแบรนด์สามารถสร้างความโดดเด่นได้จากคำธรรมดา หากนำเสนอผ่านบุคคลที่มีเอกลักษณ์และมีความน่าเชื่อถือในสายตากลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ การใช้ประโยคที่เกิดจากการจดจำของผู้ชมเอง ยังแสดงให้เห็นพลังของการสื่อสารแบบปากต่อปากได้อย่างชัดเจน
กระแสถอดพรีเซ็นเตอร์กับความทรงจำของผู้บริโภค
หลังมีข่าวเกี่ยวกับการถอดบุ๋มออกจากสื่อโฆษณา แฟน ๆ และผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยจึงรู้สึกเหมือนเป็นการปิดฉากช่วงเวลาสำคัญของแบรนด์ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของบริษัทและรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นดราม่าต่าง ๆ ควรรอติดตามข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ การกล่าวถึงข้อกล่าวหาหรือปมทางกฎหมายควรใช้ความระมัดระวัง และไม่ควรสรุปว่าใครมีความผิดจนกว่ากระบวนการตรวจสอบจะสิ้นสุด
สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ แม้พรีเซ็นเตอร์จะเปลี่ยนแปลง แต่สโลแกนและความทรงจำที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ยังคงอยู่ วลี ที่มา อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี จึงกลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการสร้างแบรนด์ผ่านบุคคลและคำพูดสั้น ๆ ในโฆษณา หลายคนอาจจำสินค้าไม่ได้ทุกรายละเอียด แต่กลับจำประโยคและภาพของพรีเซ็นเตอร์ได้อย่างแม่นยำ
- สโลแกนเกิดจากการต่อยอดประโยคในโฆษณาชิ้นแรก
- ผู้ชมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประโยคดังกล่าวถูกจดจำและใช้ต่อ
- บุคลิกของพรีเซ็นเตอร์ช่วยทำให้ข้อความมีเอกลักษณ์
- กระแสข่าวล่าสุดทำให้ผู้คนย้อนกลับมาสนใจที่มาของวลีอีกครั้ง
ไม่ว่าบทสรุปของการทำหน้าที่พรีเซ็นเตอร์จะเป็นอย่างไร วลีนี้ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำด้านโฆษณาของคนไทยไปแล้ว สำหรับคนที่เคยได้ยินประโยคนี้มาตั้งแต่แรก เรื่องราวเบื้องหลังอาจทำให้เข้าใจมากขึ้นว่าเหตุใดคำพูดสั้น ๆ จึงอยู่ในกระแสได้นานขนาดนี้ หากคุณชอบเรื่องราวเบื้องหลังโฆษณาและการสร้างแบรนด์ อย่าลืมติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสร้างสรรค์
ที่มา – เปิดที่มา “อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี” ไวรัลฮิตของ “บุ๋ม” ก่อนถูกปลดพรีเซ็นเตอร์เซ่นปมยักยอกเงินมูลนิธิฯ



