นครบาลจัดระเบียบโรงพักกรุงเทพฯ ปราบค้ามนุษย์

นครบาลจัดระเบียบโรงพักกรุงเทพฯ เดินหน้าคุมเข้มพื้นที่เสี่ยง หลังพบปฏิบัติการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานเด็กในย่านถนนข้าวสาร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะตรวจสอบทุกประเด็นอย่างจริงจัง หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้กระทำผิด จะดำเนินคดีโดยไม่มีการละเว้น

นครบาลจัดระเบียบโรงพักกรุงเทพฯ หลังพบคดีค้ามนุษย์

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังชุดปฏิบัติการพิเศษของกรมการปกครองเปิดปฏิบัติการ “พิทักษ์กุหลาบตูม” เข้าตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2569 ขบวนการนี้ถูกกล่าวหาว่าลักลอบนำเด็กจากบริเวณชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เข้ามาในประเทศไทยโดยใช้เอกสารไม่ถูกต้อง จากนั้นบังคับให้เด็กเร่ขายดอกไม้ พวงมาลัย น้ำส้ม หรือบางรายถูกบังคับให้นั่งขอทานตามแหล่งท่องเที่ยวและร้านอาหาร

เจ้าหน้าที่พบข้อมูลการสนทนาในแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งอาจเชื่อมโยงไปถึงบุคคลที่ช่วยเหลือหรือสนับสนุนขบวนการ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐบางราย ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลและขยายผลไปยังเครือข่ายชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ที่อาจมีส่วนในการนำพา จัดหางาน ควบคุม หรือแสวงหาประโยชน์จากเด็ก

นครบาลจัดระเบียบโรงพักกรุงเทพฯ ย้ำเอาผิดทุกฝ่าย

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลระบุว่า สน.ชนะสงครามมีการตรวจตราพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสถานบริการ การปราบปรามยาเสพติด และการดูแลความปลอดภัยในบริเวณถนนข้าวสาร อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวมีสถานบริการจำนวนมากและเจ้าหน้าที่บางส่วนมีภารกิจหลายด้าน จึงอาจทำให้การตรวจพบการกระทำผิดไม่ครอบคลุมในทุกช่วงเวลา

เพื่อยกระดับการทำงาน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้สั่งให้มีการแต่งตั้งรักษาการผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม พร้อมกำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ หากสถานีตำรวจขาดแคลนกำลังพล สามารถรายงานเพื่อขอรับการสนับสนุนได้ทันที เป้าหมายสำคัญคือการจัดระเบียบพื้นที่ให้เป็นไปตามกฎหมายและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง

สำหรับผู้ที่พบเห็นการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก การเปิดสถานบริการผิดกฎหมาย หรือการจำหน่ายยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ได้ โดยข้อมูลที่ได้รับจะนำไปใช้ประกอบการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไป ตำรวจในสังกัด ตำรวจนอกหน่วย หรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่น

มาตรการตรวจสถานบริการและแรงงานผิดกฎหมาย

นอกจากคดีค้ามนุษย์แล้ว กองบัญชาการตำรวจนครบาลยังสั่งการให้ตรวจสอบสถานบริการที่มีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับแรงงานผิดกฎหมายและการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลเปราะบางอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดตำรวจสายตรวจ 191 เข้าตรวจสอบร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ซึ่งพบว่าลักลอบเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยเปิดถึงเวลาประมาณ 03.40 น.

จากการตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวและแรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานทั้งชาวเมียนมา ชาวลาว และคนไทย รวมมากกว่า 25 ราย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการตรวจสถานบริการจำเป็นต้องครอบคลุมทั้งเรื่องเวลาเปิด-ปิด ใบอนุญาตประกอบกิจการ การจ้างแรงงาน และการคุ้มครองสิทธิของผู้ทำงาน โดยเฉพาะกรณีที่อาจมีเด็กหรือบุคคลที่ถูกบังคับให้ทำงานเข้ามาเกี่ยวข้อง

  • ตรวจสอบการเปิด-ปิดสถานบริการให้ตรงตามเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • คัดกรองอายุของผู้ใช้บริการและผู้ทำงานอย่างละเอียด
  • ตรวจใบอนุญาตทำงานและเอกสารประจำตัวของแรงงาน
  • เฝ้าระวังการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน และการทำร้ายร่างกาย
  • ปราบปรามยาเสพติดและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผิดกฎหมาย

กำชับห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าสถานบริการ

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลมีหนังสือกำชับสถานีตำรวจในพื้นที่ให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด โดยสถานบริการต้องไม่ปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการเด็ดขาด รวมถึงต้องควบคุมไม่ให้มีการซื้อขายหรือแพร่ระบาดของยาเสพติด และต้องจำหน่ายสุราภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ กรณีการเข้าตรวจค้นร้านโอเคบาร์บนถนนข้าวสาร ตำรวจนครบาลได้ประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อควบคุมการเปิดและปิดสถานบริการให้ถูกต้อง พร้อมสั่งให้รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม เข้าไปจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ หากพบการกระทำผิดต้องดำเนินคดีและแก้ไขให้ถูกต้องทุกราย

การที่หลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบพื้นที่เดียวกันอาจสะท้อนว่าปัญหามีความซับซ้อนและจำเป็นต้องใช้การทำงานแบบบูรณาการ การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานคุ้มครองเด็ก จะช่วยให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดช่องว่างที่ขบวนการค้ามนุษย์อาจใช้หลบเลี่ยงการจับกุม

ประชาชนและผู้ประกอบการจึงควรร่วมกันสอดส่อง หากพบเด็กถูกบังคับให้ขายสินค้า ถูกทำร้าย หรือมีพฤติกรรมน่าสงสัย ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่และหลีกเลี่ยงการเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้ต้องสงสัยโดยตรง ความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะช่วยให้การจัดระเบียบพื้นที่ท่องเที่ยวเกิดผลจริง และช่วยคุ้มครองผู้เสียหายได้อย่างทันท่วงที

บทสรุป: การเดินหน้า นครบาลจัดระเบียบโรงพักกรุงเทพฯ ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการจับกุมเป็นครั้งคราว แต่ควรมีการตรวจสอบต่อเนื่อง โปร่งใส และเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ หากประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับค้ามนุษย์ แรงงานเด็ก หรือสถานบริการผิดกฎหมาย ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อร่วมกันทำให้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

ที่มา – ‘นครบาล’ จี้จัดระเบียบโรงพักในกรุงเทพฯ ลั่นฟันไม่เลี้ยงหากเจอเอี่ยวค้ามนุษย์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *