นายกฯไหว้ศาลหลักเมืองก่อนซักฟอก

นายกฯไหว้ศาลหลักเมืองก่อนซักฟอก กลายเป็นภาพข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชน หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เมื่อช่วงสายของวันที่ 21 ต.ค. การเดินทางครั้งนี้มีขึ้นก่อนภารกิจสำคัญทางการเมือง และถือเป็นโอกาสดีที่นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างกำลังใจก่อนเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศ

บรรยากาศที่ศาลหลักเมืองเป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่มีการจัดเครื่องบวงสรวงชุดใหญ่เพื่อประกอบพิธีตามธรรมเนียม โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมให้การต้อนรับคณะนายกรัฐมนตรี การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงมิติด้านความเชื่อเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ในการทำงานระหว่างฝ่ายการเมืองกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอีกด้วย

นายกฯไหว้ศาลหลักเมืองก่อนซักฟอก เสริมกำลังใจก่อนภารกิจสำคัญ

เจ้าหน้าที่ศาลหลักเมืองได้นำคณะนายกรัฐมนตรีเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 จุดสำคัญ ได้แก่ หอพระพุทธรูป ศาลาจำลองเสาหลักเมือง องค์พระหลักเมือง ศาลเทพารักษ์ทั้ง 5 และจุดเติมน้ำมันตะเกียง โดยมีความเชื่อว่าการสักการะและเติมน้ำมันตะเกียงช่วยเสริมความเป็นสิริมงคล รวมถึงเป็นการสะเดาะเคราะห์และสร้างความมั่นใจก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาที่มีภารกิจทางการเมืองเข้มข้น

สำหรับประชาชนทั่วไป ศาลหลักเมืองถือเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และจิตใจ หลายคนเดินทางไปกราบไหว้เพื่อขอพรเรื่องการงาน ความก้าวหน้า สุขภาพ และความราบรื่นในชีวิต เช่นเดียวกับการเดินทางของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความเชื่อและกำลังใจยังคงมีบทบาทในสังคมไทย โดยเฉพาะก่อนเริ่มต้นภารกิจที่ต้องใช้ความรับผิดชอบและการตัดสินใจอย่างมาก

นายกฯไหว้ศาลหลักเมืองก่อนซักฟอก พร้อมพบกำลังพลอย่างใกล้ชิด

หลังเสร็จสิ้นการสักการะที่ศาลหลักเมือง นายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางต่อไปยังกระทรวงกลาโหม เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง อาทิ เจ้าพ่อหอกลอง จากนั้น พล.ท.อดุลย์ได้นำชมอาคารและสถานที่ภายในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม ระหว่างการเดินชม นายกรัฐมนตรีสังเกตเห็นจุดมาร์กบนพื้นที่ติดไว้ด้วยเทปกาว จึงสอบถามถึงวัตถุประสงค์ของจุดดังกล่าว

พล.ท.อดุลย์ชี้แจงว่า จุดมาร์กเหล่านี้ใช้กำหนดตำแหน่งสำหรับฝึกซ้อมเดินริ้วขบวน และมีการฝึกซ้อมเป็นประจำทุกเช้า เมื่อได้รับทราบรายละเอียด นายกรัฐมนตรีจึงสนใจและขอร่วมฝึกซ้อมเดินตามจุดมาร์กด้วยตนเองเป็นเวลาประมาณ 20 นาที โดยมีปลัดกระทรวงกลาโหมร่วมฝึกซ้อมด้วย เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองภายในกระทรวงกลาโหม และทำให้ข้าราชการจำนวนหนึ่งเข้ามาขอถ่ายภาพร่วมกับนายกรัฐมนตรี

ภาพการร่วมฝึกซ้อมดังกล่าวช่วยให้การลงพื้นที่มีบรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้น เพราะนายกรัฐมนตรีไม่ได้เพียงเดินชมสถานที่หรือเข้าร่วมพิธีเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ได้พูดคุยและสัมผัสการทำงานของกำลังพลอย่างใกล้ชิด การพบปะในลักษณะนี้ยังช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงเข้าใจรายละเอียดของภารกิจในหน่วยงานมากขึ้น และสะท้อนแนวทางการทำงานที่ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่จริง

บรรยากาศรับประทานอาหารแบบเรียบง่ายในกระทรวงกลาโหม

ต่อมาในเวลา 12.10 น. พล.ท.อดุลย์ได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อรับรองนายกรัฐมนตรีและคณะ ณ ห้องอัษฎางค์ ชั้น 3 ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเลือกจัดเมนูแบบเดียวกับที่กำลังพลรับประทานในชีวิตประจำวัน เมนูประกอบด้วยต้มยำไก่ ไข่เจียว น้ำพริกตาแดงพร้อมผักสด ปลากะพงผัดฉ่า และกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา ก่อนปิดท้ายด้วยถั่วเขียวต้มน้ำตาล

การเลือกรับประทานอาหารแบบเดียวกับกำลังพลเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนความเรียบง่ายและความใกล้ชิดระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ปฏิบัติงาน อีกทั้งยังเป็นโอกาสให้นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยถึงความเป็นอยู่และการทำงานของกำลังพลอย่างไม่เป็นทางการ บรรยากาศระหว่างรับประทานอาหารจึงเป็นไปอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง และไม่เน้นพิธีรีตองมากนัก

  • นายกรัฐมนตรีเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 จุดที่ศาลหลักเมือง
  • มีการจัดเครื่องบวงสรวงชุดใหญ่และเติมน้ำมันตะเกียงเพื่อความเป็นสิริมงคล
  • นายกรัฐมนตรีร่วมฝึกซ้อมเดินริ้วขบวนกับผู้บริหารกระทรวงกลาโหม
  • คณะรับประทานอาหารเมนูเดียวกับที่กำลังพลรับประทาน
  • นายกรัฐมนตรีฝากกองทัพช่วยฟื้นฟูประชาชนหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย

นายกรัฐมนตรีฝากกองทัพดูแลประชาชนหลังน้ำลด

ระหว่างการรับประทานอาหาร นายกรัฐมนตรีได้ฝากให้กองทัพช่วยดูแลและเร่งฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหลังน้ำลด ซึ่งเป็นช่วงที่หลายพื้นที่ยังต้องการความช่วยเหลือ ทั้งด้านการทำความสะอาดบ้านเรือน การซ่อมแซมสาธารณูปโภค การขนย้ายสิ่งของ และการดูแลผู้ที่ยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

นายกรัฐมนตรียังกล่าวขอบคุณกองทัพที่ระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังในช่วงที่ผ่านมา พร้อมเน้นย้ำว่าการช่วยเหลือไม่ควรหยุดลงทันทีเมื่อระดับน้ำลดลง แต่ควรดำเนินต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประเด็นนี้สะท้อนว่าการบริหารจัดการภัยพิบัติต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน และต้องติดตามผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ก่อนเวลา 12.55 น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เดินทางออกจากกระทรวงกลาโหม โดยกล่าวขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสำหรับการต้อนรับและอาหารกลางวันที่มีรสชาติอร่อย พร้อมระบุว่าการเดินทางมาครั้งนี้เป็นโอกาสให้ได้รับทราบความเป็นอยู่ของกำลังพลอย่างใกล้ชิด

โดยสรุปแล้ว นายกฯไหว้ศาลหลักเมืองก่อนซักฟอก ไม่ได้มีเพียงเรื่องการเสริมสิริมงคลตามความเชื่อ แต่ยังเป็นการลงพื้นที่เพื่อพบปะผู้ปฏิบัติงาน รับฟังปัญหา และกำชับภารกิจช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง มุมมองที่น่าสนใจคือ การทำงานของผู้นำจะเกิดผลได้ดีเมื่อเชื่อมโยงทั้งกำลังใจ ความเข้าใจหน้างาน และการติดตามปัญหาของประชาชนอย่างจริงจัง หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับภารกิจของรัฐบาลและการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ควรติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่อง

ที่มา – นายกฯดอดไหว้ศาลหลักเมือง จัดโต๊ะบวงสรวงชุดใหญ่ เสริมสิริมงคลก่อนซักฟอก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *