ป.ป.ช.ถก สธ. อุดช่องโหว่สถานดูแลผู้สูงอายุ
เรื่องสถานดูแลผู้สูงอายุกำลังได้รับความสนใจจากสังคมมากขึ้น เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ หลายครอบครัวจึงมองหาศูนย์ดูแลที่มีบุคลากรพร้อม สถานที่ปลอดภัย และมีระบบดูแลที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ข่าวร้องเรียนเกี่ยวกับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงที่เปิดให้บริการโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า หน่วยงานรัฐมีมาตรการตรวจสอบและคุ้มครองผู้รับบริการมากเพียงใด
ล่าสุด ป.ป.ช.ถก สธ. อุดช่องโหว่สถานดูแลผู้สูงอายุ โดยมีการประชุมติดตาม เฝ้าระวัง และตรวจสอบกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง การหารือครั้งนี้มีผู้แทนจากสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และกรมสุขภาพจิตเข้าร่วม เพื่อร่วมกันวางแนวทางป้องกันปัญหาอย่างจริงจัง
ป.ป.ช.ถก สธ. อุดช่องโหว่สถานดูแลผู้สูงอายุ
การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการเผยแพร่เรื่องร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสถานดูแลผู้สูงอายุในหลายพื้นที่ บางแห่งอาจมีปัญหาเรื่องการขออนุญาต การจัดบุคลากร การดูแลสุขอนามัย ตลอดจนมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผู้รับบริการ ปัญหาเหล่านี้ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะราย เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุโดยตรง
น.ส.ลลิตา โภชนพันธ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานการประชุมติดตาม เฝ้าระวัง และตรวจสอบกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ครั้งที่ 1/2569 การทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการทุจริตเชิงรุก และทำให้เจ้าหน้าที่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ป.ป.ช.ถก สธ. อุดช่องโหว่สถานดูแลผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับมาตรฐาน
ประเด็นสำคัญที่นำมาหารือมีหลายด้าน โดยเฉพาะเงื่อนไขในใบอนุญาตที่อาจไม่ตรงกับรูปแบบการให้บริการจริง สถานดูแลบางแห่งอาจใช้ชื่อหรือประเภทกิจการหนึ่งในการขออนุญาต แต่กลับให้บริการอีกลักษณะหนึ่ง ทำให้การกำกับดูแลไม่ครอบคลุมและเกิดความสับสนในทางปฏิบัติ
- นิยามผู้รับบริการ: ต้องแยกให้ชัดเจนว่าผู้สูงอายุทั่วไป ผู้ป่วยติดเตียง และผู้มีภาวะพึ่งพิง ต้องได้รับการดูแลในระดับใด
- อัตราผู้ดูแลต่อผู้ป่วย: ควรกำหนดจำนวนบุคลากรให้เหมาะสมกับจำนวนและอาการของผู้รับบริการ เพื่อป้องกันการดูแลไม่ทั่วถึง
- คุณสมบัติบุคลากร: ผู้ดูแลควรมีความรู้ ทักษะ และการอบรมที่เหมาะสม รวมถึงเข้าใจวิธีรับมือเหตุฉุกเฉิน
- ความปลอดภัยและสุขอนามัย: สถานที่ควรมีระบบป้องกันอุบัติเหตุ การควบคุมการติดเชื้อ อาหารที่เหมาะสม และอุปกรณ์จำเป็น
- อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่: ต้องลดข้อจำกัดในการตรวจสอบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการเมื่อพบการฝ่าฝืนได้อย่างทันท่วงที
อีกหนึ่งปัญหาคือข้อจำกัดด้านอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่รัฐ หากมีสถานดูแลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนผู้ตรวจสอบไม่เพียงพอ การตรวจติดตามอาจทำได้ไม่ทั่วถึง นอกจากนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องอาจอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหลายหน่วยงานและมีขอบเขตแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องปรับกฎระเบียบและแนวปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ทำไมมาตรฐานสถานดูแลผู้สูงอายุจึงสำคัญ
ผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงมักต้องได้รับความช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การใช้ยา การเคลื่อนไหว การทำความสะอาดร่างกาย หรือการติดตามอาการเจ็บป่วย หากศูนย์ดูแลมีบุคลากรไม่เพียงพอหรือไม่มีระบบจัดการที่ดี ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การหกล้ม ภาวะขาดน้ำ การติดเชื้อ หรืออาการเจ็บป่วยที่รุนแรงขึ้นได้
มาตรฐานที่ชัดเจนยังช่วยให้ครอบครัวตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้บริการสามารถเปรียบเทียบข้อมูลของแต่ละศูนย์ได้อย่างเป็นธรรม ขณะที่ผู้ประกอบการที่ดำเนินงานถูกต้องก็จะได้รับความเชื่อมั่นมากขึ้น การมีระบบกำกับดูแลที่เข้มแข็งจึงไม่ได้เป็นการสร้างภาระให้ผู้ประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการยกระดับคุณภาพทั้งอุตสาหกรรมและช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
สำหรับครอบครัวที่กำลังเลือกสถานดูแล ควรตรวจสอบใบอนุญาต สอบถามจำนวนผู้ดูแลต่อผู้พักอาศัย ดูสภาพแวดล้อมจริง และขอข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนรับมือเหตุฉุกเฉิน รวมถึงพูดคุยกับผู้ใช้บริการหรือญาติรายอื่นเพื่อประกอบการตัดสินใจ หากพบความผิดปกติ เช่น สถานที่แออัด บุคลากรไม่เพียงพอ มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือไม่ยอมแสดงเอกสารสำคัญ ก็ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
การที่ ป.ป.ช.ถก สธ. อุดช่องโหว่สถานดูแลผู้สูงอายุ สะท้อนว่าภาครัฐให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาก่อนเกิดความเสียหาย การบูรณาการข้อมูลและการตรวจสอบเชิงรุกจะช่วยลดโอกาสการทุจริต ปิดช่องว่างทางกฎหมาย และทำให้ผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานต้องรับผิดชอบอย่างเหมาะสม
ท้ายที่สุด การดูแลผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งหน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบการ บุคลากร ครอบครัว และชุมชน หากทุกฝ่ายช่วยกันตรวจสอบและยกระดับมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ผู้สูงอายุก็จะได้รับบริการที่ปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หากพบสถานดูแลที่น่าสงสัย อย่านิ่งเฉย ควรเก็บข้อมูลและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันปกป้องคนที่เรารัก
ที่มา – ‘ป.ป.ช.’ถกสธ.อุดช่องโหว่’สถานดูแลผู้สูงอายุ’ จ่อล้างบาง’ไร้มาตรฐาน’