ปฏิรูปกองทุนประกันสังคม ให้มืออาชีพบริหารเงิน
ประเด็น ปฏิรูปกองทุนประกันสังคม กลับมาได้รับความสนใจอย่างมาก หลังศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความคิดเห็นต่อการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนความตื่นตัวของผู้ใช้แรงงานไทยที่ต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางเงินออมและสวัสดิการของตนเอง
ผลการเลือกตั้งปรากฏว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีคะแนนนำทั้งฝ่ายผู้ประกันตน 7 ที่นั่ง และฝ่ายนายจ้าง 7 ที่นั่ง รวมทั้งหมด 14 ที่นั่ง ขณะเดียวกัน จำนวนผู้มาใช้สิทธิก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2566 ภาพดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเลือกตัวแทนเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่าผู้ประกันตนให้ความสำคัญกับการบริหารกองทุนและอนาคตของสิทธิประโยชน์มากขึ้น
ปฏิรูปกองทุนประกันสังคม เพื่อความมั่นคงของผู้ประกันตน
ศ.ดร.สุชาติมองว่า พลังของผู้ใช้แรงงานจะมีบทบาทสำคัญต่อการเมืองไทยในอนาคต เพราะคนทำงานยุคใหม่ไม่ได้สนใจเพียงค่าจ้างหรือการมีงานทำเท่านั้น แต่ยังต้องการเห็นความโปร่งใส ความยุติธรรม เงินบำนาญที่เพียงพอ และหลักประกันที่มั่นคงหลังเกษียณ การที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตัวแทนของตนเองมากขึ้น จึงสะท้อนความต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตอย่างแท้จริง
อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือขนาดของกองทุนประกันสังคม ซึ่งมีเงินสะสมประมาณ 2.86 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 และเกี่ยวข้องกับผู้ประกันตนราว 24.8 ล้านคน เงินจำนวนนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางบัญชี แต่เป็นเงินออมที่มีความหมายต่อชีวิตของคนทำงานจำนวนมาก ทั้งในด้านการรักษาพยาบาล การว่างงาน การคลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต และเงินบำนาญในอนาคต
เหตุผลที่ต้องปฏิรูปกองทุนประกันสังคม
ข้อเสนอสำคัญคือการแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคม เพื่อแยกการบริหารเงินลงทุนออกจากระบบราชการ และจัดตั้งองค์กรบริหารการลงทุนที่มีความเป็นอิสระ บริหารงานโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง แนวคิดนี้จะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนมีความคล่องตัวมากขึ้น พร้อมลดความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงทางการเมืองหรือการใช้ดุลพินิจที่ไม่สอดคล้องกับประโยชน์ของผู้ประกันตน
ตัวอย่างที่ถูกยกขึ้นมาเปรียบเทียบคือ CPP Investments ของประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นองค์กรบริหารเงินบำนาญโดยผู้เชี่ยวชาญ มีคณะกรรมการอิสระ และมีกฎหมายช่วยป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง การนำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้ในประเทศไทยอาจช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารเงินกองทุน โดยต้องคำนึงถึงบริบทของไทยและความเหมาะสมกับโครงสร้างระบบประกันสังคมในประเทศ
หลักการบริหารเงินกองทุนอย่างมืออาชีพ
สำหรับแนวทาง ปฏิรูปกองทุนประกันสังคม มีหลักการสำคัญที่ควรพิจารณาหลายด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกันตนและนายจ้าง ได้แก่
- จัดตั้งองค์กรบริหารเงินลงทุนประกันสังคมที่เป็นอิสระและมีสถานะตามกฎหมายอย่างชัดเจน
- คัดเลือกผู้บริหารจากผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการลงทุน การเงิน และการบริหารความเสี่ยง โดยยึดหลักคุณธรรมและความสามารถ
- เปิดโอกาสให้ผู้แทนผู้ประกันตนและนายจ้างมีส่วนร่วมในการกำกับดูแล พร้อมแยกบทบาทด้านนโยบายออกจากการตัดสินใจลงทุนในแต่ละวัน
- เปิดเผยผลตอบแทน ต้นทุนการบริหาร ระดับความเสี่ยง และผลการตรวจสอบต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ
- กำหนดให้เงินกองทุนถูกใช้เพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนเท่านั้น และไม่ใช้สนับสนุนโครงการทางการเมืองหรือการลงทุนที่ขัดต่อผลประโยชน์ของสมาชิก
การลงทุนของกองทุนควรสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนระยะยาว ความปลอดภัยของเงินต้น และสภาพคล่องที่เพียงพอสำหรับการจ่ายสิทธิประโยชน์ในแต่ละช่วงเวลา การแสวงหาผลตอบแทนสูงเพียงอย่างเดียวอาจเพิ่มความเสี่ยง ขณะที่การลงทุนแบบระมัดระวังมากเกินไปก็อาจทำให้เงินเติบโตไม่ทันภาระที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ดังนั้น การมีผู้เชี่ยวชาญและระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งจึงเป็นเรื่องจำเป็น
นอกจากนี้ ผู้ประกันตนควรได้รับข้อมูลที่เข้าใจง่ายและตรวจสอบได้ เช่น กองทุนลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด มีผลตอบแทนเท่าไร มีค่าใช้จ่ายในการบริหารมากน้อยเพียงใด และมีการประเมินความเสี่ยงอย่างไร การสื่อสารอย่างเปิดเผยจะช่วยลดความคลุมเครือและทำให้สมาชิกสามารถติดตามเงินออมของตนเองได้อย่างมีส่วนร่วม
หัวใจของการ ปฏิรูปกองทุนประกันสังคม จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนหน่วยงานหรือเปลี่ยนผู้บริหาร แต่คือการออกแบบระบบที่ทำให้ทุกฝ่ายรับผิดชอบต่อเงินของประชาชนอย่างแท้จริง รัฐบาลควรเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้แรงงาน นายจ้าง นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน และภาคประชาชน ก่อนผลักดันการแก้ไขกฎหมายให้รอบคอบ
เงินประกันสังคมเป็นเงินที่ผู้ประกันตนร่วมกันส่งเพื่อสร้างหลักประกันให้กับชีวิต ไม่ควรถูกนำไปใช้ตามดุลพินิจโดยขาดความโปร่งใสหรือความรับผิดชอบ หากประเทศไทยสามารถวางระบบให้มืออาชีพบริหารเงิน มีการตรวจสอบอย่างอิสระ และให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ก็จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กองทุนในระยะยาวได้
ในมุมมองของผู้เขียน การปฏิรูปครั้งนี้ควรเริ่มต้นจากการเปิดข้อมูลและสร้างความไว้วางใจ เพราะเมื่อผู้ประกันตนเห็นว่าทุกการลงทุนมีเหตุผล ตรวจสอบได้ และมุ่งประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลัก ระบบประกันสังคมก็จะมีความแข็งแรงและยั่งยืนมากขึ้น รัฐบาลจึงควรเร่งนำข้อเสนอนี้เข้าสู่การพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนมีอำนาจกำหนดอนาคตของตนเอง และให้เงินออมของพวกเขาได้รับการบริหารโดยมืออาชีพ
ที่มา – ‘สุชาติ’ แนะรัฐผลักดันกฎหมายปฏิรูปการบริหารกองทุนประกันสังคม-ให้มืออาชีพบริหารเงิน
