ปตท.สผ.ชนะประมูลปิโตรเลียมบนบก 2 แปลง

การประกาศผลประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมบนบกครั้งที่ 25 ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญของวงการพลังงานไทย เพราะเป็นการเปิดประมูลแปลงสำรวจบนบกครั้งใหญ่ในรอบ 12 ปี นับจากการเปิดยื่นขอสิทธิสำรวจบนบกรอบที่ 21 เมื่อเดือนตุลาคม 2557 การกลับมาเปิดประมูลครั้งนี้จึงได้รับความสนใจจากทั้งผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ และประชาชนที่ติดตามทิศทางความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

ผลการพิจารณาระบุว่า ปตท.สผ.ชนะประมูลปิโตรเลียมบนบก 2 แปลง ได้แก่ แปลงสำรวจหมายเลข L1/66 และ L3/66 ขณะที่แพน โอเรียนท์ เอ็นเนอยี่ (สยาม) ลิมิเต็ด ร่วมกับ CanAsia Energy Corp. ได้รับสิทธิในแปลงสำรวจหมายเลข L8/66 โดยทั้งหมดจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินงานตามเงื่อนไขของระบบสัมปทานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ปตท.สผ.ชนะประมูลปิโตรเลียมบนบก 2 แปลง สร้างความหวังด้านพลังงาน

นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 มีมติอนุมัติผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัมปทานสำหรับแปลงสำรวจบนบกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางของประเทศไทย การพิจารณาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงพลังงานเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมบนบกครั้งที่ 25 ภายใต้ระบบสัมปทานในช่วงปลายปี 2567

ในการประมูลดังกล่าว มีบริษัทผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียมทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมยื่นขอสิทธิรวม 4 แปลง จำนวน 8 คำขอ จาก 5 บริษัท กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ตรวจสอบคำขอและข้อเสนอของแต่ละบริษัทอย่างรอบคอบ โดยยึดหลักกฎหมาย เกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจน ความโปร่งใส ความเป็นธรรม และผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

ปตท.สผ.ชนะประมูลปิโตรเลียมบนบก 2 แปลง มีแปลงใดบ้าง

การจัดสรรสิทธิในครั้งนี้มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ติดตามข่าวพลังงานควรรู้ โดย ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัมปทานใน 2 แปลง ขณะที่กลุ่มแพน โอเรียนท์ เอ็นเนอยี่ ได้รับสิทธิอีก 1 แปลง รายละเอียดมีดังนี้

  • แปลง L1/66: ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิ
  • แปลง L3/66: ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิ
  • แปลง L8/66: แพน โอเรียนท์ เอ็นเนอยี่ (สยาม) ลิมิเต็ด ร่วมกับ CanAsia Energy Corp. เป็นผู้ได้รับสิทธิ

หลังจากได้รับสิทธิแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินกิจกรรมสำรวจตามแผนงานและเงื่อนไขที่กำหนด การได้รับสัมปทานไม่ได้หมายความว่าจะพบปิโตรเลียมในทันที แต่เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการสำรวจทางธรณีวิทยา การประเมินศักยภาพของพื้นที่ และการพิจารณาว่าปิโตรเลียมที่ค้นพบมีปริมาณและคุณภาพเพียงพอต่อการพัฒนาเชิงพาณิชย์หรือไม่

ผลดีที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย

เป้าหมายสำคัญของการเปิดประมูลคือการเพิ่มโอกาสค้นพบแหล่งปิโตรเลียมใหม่ภายในประเทศ หากผลการสำรวจประสบความสำเร็จ ไทยจะมีแหล่งพลังงานในประเทศเพิ่มขึ้น ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกมีความผันผวนและต้นทุนพลังงานอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับแปลง L1/66 และ L3/66 หากสำรวจพบปิโตรเลียมและสามารถพัฒนาเป็นแหล่งผลิตเชิงพาณิชย์ได้ แหล่งดังกล่าวอาจช่วยสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าน้ำพอง ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความสำเร็จนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับระบบพลังงานของภูมิภาค และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งเชื้อเพลิงจากภายนอก

นอกจากประโยชน์ด้านพลังงานแล้ว การเริ่มต้นกิจกรรมสำรวจยังมีโอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ เพราะต้องอาศัยแรงงาน ผู้รับเหมา ผู้ให้บริการขนส่ง และธุรกิจสนับสนุนหลายประเภท เมื่อมีการดำเนินงานต่อเนื่อง ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม ที่พักอาศัย และบริการต่าง ๆ ในชุมชนก็อาจได้รับประโยชน์ตามไปด้วย

  • เพิ่มโอกาสการจ้างงานให้คนในพื้นที่
  • สร้างรายได้ให้ธุรกิจท้องถิ่นและผู้ประกอบการรายย่อย
  • สนับสนุนภาคขนส่งและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง
  • สร้างรายได้ให้รัฐผ่านค่าภาคหลวงและภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
  • มีโอกาสจัดสรรรายได้บางส่วนให้ท้องถิ่นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ขั้นตอนต่อไปหลังประกาศผลประมูล

ขั้นตอนต่อจากนี้ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะจัดพิธีลงนามสัมปทานระหว่างกระทรวงพลังงานกับบริษัทผู้ชนะการประมูล จากนั้นผู้รับสัมปทานจะเริ่มดำเนินงานตามแผนสำรวจที่ได้รับอนุมัติ โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านปิโตรเลียม สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเคร่งครัด

ขณะเดียวกัน แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L6/66 ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาผลผู้ชนะการประมูลต่อไป จึงยังต้องติดตามว่าผลการพิจารณาในแปลงดังกล่าวจะเป็นอย่างไร และจะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านพลังงานของประเทศได้มากน้อยเพียงใด

โดยสรุป การที่ ปตท.สผ.ชนะประมูลปิโตรเลียมบนบก 2 แปลง เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสำรวจครั้งสำคัญ แม้ยังต้องใช้เวลาและการลงทุนกว่าจะทราบผลที่ชัดเจน แต่การเปิดพื้นที่ให้เกิดการสำรวจอย่างเป็นระบบย่อมช่วยเพิ่มทางเลือกด้านพลังงานให้ไทยได้ หากทุกฝ่ายทำงานอย่างโปร่งใส ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน การประมูลครั้งนี้ก็มีโอกาสสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

มุมมองที่น่าติดตามคือ ผลสำรวจจริงจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ ดังนั้นประชาชนควรติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และร่วมตรวจสอบให้การพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมเกิดขึ้นอย่างรับผิดชอบและคุ้มค่าต่อประเทศ

ที่มา – รอ 12 ปีเคาะปตท.สผ.ชนะประมูลปิโตรเลียมบนบก 2 แปลง แพนฯ อีก 1 แปลง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *