ปรับเวลาตบรอบรองไทย-จีน โค้ชอ๊อตยอมรับสาวไทยเป็นรอง

ปรับเวลาตบรอบรองไทย-จีน โค้ชอ๊อตยอมรับสาวไทยเป็นรอง กลายเป็นประเด็นที่แฟนวอลเลย์บอลไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังฝ่ายจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเอเชียนเกมส์ 2026 ประกาศอัปเดตโปรแกรมรอบรองชนะเลิศ โดยทีมชาติไทยจะพบกับทีมชาติจีนในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย หรือ 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

เดิมทีทีมชาติไทยมีคิวลงสนามในช่วงค่ำ เวลา 17.20 น. ตามเวลาประเทศไทย แต่ล่าสุดมีการสลับโปรแกรมการแข่งขัน ทำให้เกมระหว่างไทยกับจีนขยับมาแข่งขันเร็วขึ้น ขณะที่การแข่งขันรอบรองชนะเลิศอีกคู่จะเลื่อนไปเป็นเวลา 17.20 น. โดยคู่ดังกล่าวจะเป็นการพบกันระหว่างญี่ปุ่นหรือไชนีสไทเป กับคาซัคสถานหรือเกาหลีใต้

ปรับเวลาตบรอบรองไทย-จีน โค้ชอ๊อตยอมรับสาวไทยเป็นรอง

การเปลี่ยนแปลงเวลาแข่งขันครั้งนี้ทำให้แฟนกีฬาชาวไทยต้องเตรียมตัวรับชมกันตั้งแต่ช่วงบ่าย แม้จะไม่ใช่ช่วงเวลาที่หลายคนคุ้นเคย แต่เกมรอบรองชนะเลิศถือเป็นแมตช์สำคัญอย่างมาก เพราะผู้ชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศและมีโอกาสลุ้นเหรียญทองเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย

สำหรับรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 22 กันยายน 2569 เวลา 17.20 น. ตามเวลาประเทศไทย ส่วนทีมที่แพ้ในรอบรองชนะเลิศจะต้องไปแข่งขันเพื่อชิงอันดับ 3 และเหรียญทองแดงต่อไป ดังนั้นทุกคะแนนในเกมกับจีนจึงมีความหมาย และนักกีฬาทุกคนต้องรักษาสมาธิให้ได้ตลอดการแข่งขัน

ปรับเวลาตบรอบรองไทย-จีน โค้ชอ๊อตยอมรับสาวไทยเป็นรองก่อนเกมสำคัญ

ทีมชาติไทยเพิ่งสร้างผลงานยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะทีมชาติจีน 3-2 เซต ในรอบชิงชนะเลิศวอลเลย์บอลหญิงเอเชีย 2026 พร้อมคว้าแชมป์และสิทธิ์ไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 อย่างไรก็ตาม การพบกันในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ยังเป็นงานหนัก เพราะจีนเป็นทีมระดับโลกที่มีผู้เล่นรูปร่างสูงใหญ่ เกมรุกหลากหลาย และมีประสบการณ์ในเวทีนานาชาติสูง

“โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย ยอมรับว่า จีนยังเป็นทีมที่ได้เปรียบกว่าไทย และการเอาชนะคู่แข่งรายนี้จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้สมบูรณ์ที่สุด ทั้งด้านร่างกาย เทคนิค และสภาพจิตใจ แม้ไทยจะเคยชนะจีนมาแล้ว แต่เกมใหม่ย่อมมีรายละเอียดแตกต่างกัน นักกีฬาจึงไม่สามารถประมาทได้

โค้ชอ๊อตยังกล่าวถึงเกมรอบก่อนรองชนะเลิศที่ไทยเอาชนะอินโดนีเซียว่า ทีมต้องเจอกับสถานการณ์กดดัน โดยเฉพาะในเซตที่ 2 ซึ่งอินโดนีเซียทำคะแนนนำห่างถึง 20-8 คู่แข่งมีเกมเสิร์ฟที่ดีและบล็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ทีมไทยทำผิดพลาดเองหลายครั้งจนเสียระบบการเล่น

อย่างไรก็ตาม นักกีฬาไทยสามารถเรียกสมาธิและปรับเกมกลับมาได้ทัน ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงและคว้าชัยชนะได้ในที่สุด บทเรียนจากเกมดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อการวางแผนรับมือจีน เพราะหากทีมเสียสมาธิหรือปล่อยให้คู่แข่งทำคะแนนทิ้งห่างมากเกินไป การกลับมาเล่นในเกมระดับสูงจะเป็นเรื่องยาก

จุดสำคัญที่ทีมไทยต้องเตรียมรับมือจีน

  • เกมเสิร์ฟ: ทีมไทยต้องเสิร์ฟให้มีคุณภาพและกดดันผู้เล่นจีน เพื่อไม่ให้คู่แข่งเปิดเกมรุกได้ง่าย
  • การรับบอลแรก: บอลแรกที่แม่นยำจะช่วยให้ทีมไทยจัดเกมรุกได้หลากหลายและลดโอกาสถูกบล็อก
  • เกมบล็อก: ผู้เล่นไทยต้องอ่านทางบอลและช่วยกันสกัดเกมรุกของจีนอย่างมีวินัย
  • สภาพร่างกาย: การแข่งขันที่มีเวลาพักจำกัดทำให้ทีมต้องบริหารพลังงานและฟื้นฟูร่างกายให้ดี
  • สภาพจิตใจ: นักกีฬาต้องนิ่ง มีสมาธิ และไม่เสียขวัญเมื่อถูกคู่แข่งทำคะแนนต่อเนื่อง

แม้โค้ชอ๊อตจะมองว่าทีมชาติไทยเป็นรองจีน แต่ความได้เปรียบไม่ได้ตัดสินผลการแข่งขันล่วงหน้า ทีมไทยมีประสบการณ์จากเกมที่เคยเอาชนะจีน รวมถึงมีความมั่นใจจากการผ่านสถานการณ์กดดันในรอบที่ผ่านมา หากทุกคนช่วยกันเล่นตามแผน ลดความผิดพลาด และรักษามาตรฐานการเล่นได้ โอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ก็ยังมีอยู่

แฟนวอลเลย์บอลไทยจึงไม่ควรพลาดเกมสำคัญในเวลา 14.00 น. วันที่ 21 กันยายนนี้ เพราะนี่คืออีกหนึ่งบททดสอบครั้งใหญ่ของทีมสาวไทยบนเส้นทางลุ้นเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และเชื่อว่าความมุ่งมั่นของทีมไทยจะทำให้การแข่งขันครั้งนี้สนุกและน่าจดจำอย่างแน่นอน

ที่มา – ปรับเวลาตบรอบรองไทย-จีน ‘โค้ชอ๊อต’ ยอมรับสาวไทยเป็นรอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *