ปศุสัตว์เพชรบุรีบันทึก MOU กับกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม น.สพ.ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยนายชาญณรงค์ จัดนอก รักษาราชการแทนปศุสัตว์อำเภอแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ ได้เดินทางลงพื้นที่ บ้านพุสวรรค์ ม.4 ต.พุสวรรค์ อ.แก่งกระจาน เพื่อดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพุสวรรค์โคเนื้อเพชรบุรี ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 15 ราย และกำลังเลี้ยงโคเนื้อทั้งหมด 47 ตัว ในฐานะผู้นำร่องในการปฏิบัติการ ปศุสัตว์ปลอดภัย ไร้สารเร่งเนื้อแดง ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปศุสัตว์เพชรบุรีบันทึก MOU ร่วมขจัดสารเร่งเนื้อแดง

การได้ลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ถือเป็นร่างกายสำคัญของนโยบายที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ โดย ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี กำลังเปิดปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตของผู้เลี้ยงโคเนื้อให้สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ในประเทศไทยปลอดภัย บริโภคได้ ไร้สารเร่งเนื้อแดง

น.สพ.ชาติชาย กล่าวว่า ตามนโยบายของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าประเทศไทยจะไม่ใช้สารเร่งเนื้อแดงเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์สัตว์เด็ดขาด เนื่องจากสารเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างมาก

อันตรายของสารเร่งเนื้อแดง

สารเร่งเนื้อแดง หรือสารเคมีในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ ได้แก่ สารซัลบูทามอล หรืออัลบูเทอรอล เคลนบูเทอรอล และแรคโทพามีน เป็นสารที่ผู้เลี้ยงสัตว์บางรายมีแนวโน้มจะนำไปผสมใส่ในอาหารเพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อแดงให้กับสัตว์ ทำให้เนื้อออกสีแดงสดสะดุดตา และดูน่ารับประทานมากขึ้น ส่งผลให้ “ต้นทุนต่ำ กำไรสูง” แต่ผลข้างเคียงที่มันก่อให้เกิด “ภัยอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค” กลับสูงกว่ากำไรที่ได้มาก

ผู้บริโภคที่มีโอกาสเสี่ยงต่อสารเร่งเนื้อแดง เมื่อบริโภคเนื้อสัตว์ที่อาจมีสารตกค้าง จำนวนมาก อาจพบอาการ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว หน้าแดง ชาตามแขนขา ตัวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย กระวนกระวาย และหากในกรณีรุนแรงอาจมีอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือเป็นผู้ป่วยโรคไทรอยด์

นอกจากอันตรายต่อมนุษย์แล้ว สารเร่งเนื้อแดงยังส่งผลเสียต่อสัตว์อีกด้วย โดยอาจทำให้สัตว์เกิดการหัวใจเต้นเร็วมากผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจตาย และเกิดภาวะเครียดจากความร้อน หรือ Heat Stress ซึ่งเห็นได้จากกล้ามเนื้อที่มีลักษณะนูนเด่นผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณสะโพก สันหลัง หรือหัวไหล่

ตอกย้ำความร่วมมือเพื่อคุณภาพอาหารปลอดภัย

ด้วยเหตุนี้ ปศุสัตว์เพชรบุรี จึงได้ริเริ่มเปิดพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อขจัดสารเหล่านี้อย่างเด็ดขาด โดยการมีแนวทางชัดเจนในการกำกับตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โรงฆ่าสัตว์ โรงงานแปรรูป และตลาดจำหน่าย ทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามมาตรฐานอาหารปลอดภัย

ในกรณีที่มีผู้ใดฝ่าฝืนกฎหมายโดยการผลิต นำเข้า หรือขายอาหารสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดง ซึ่งเป็นสิ่งที่กฎหมายห้าม ตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2535 จะมีความผิดโดยถูกปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

การลงนาม MOU ระหว่าง ปศุสัตว์เพชรบุรี และกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนให้จังหวัดเพชรบุรีก้าวเป็นจังหวัดต้นแบบในการผลิตปศุสัตว์ปลอดภัย ไร้สารห้ามใช้ ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้ผู้เลี้ยงสัตว์รายอื่นเข้าร่วมและปฏิบัติตามแนวทางเดียวกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพอาหารไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ และยกระดับส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางด้านปศุสัตว์ไปสู่ตลาดที่มีมาตรฐานในอนาคต

เนื้อปลอดภัย คือทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพในยุคปัจจุบัน เพราะการบริโภคที่ปลอดภัย คือการเริ่มต้นของชีวิตที่ดี

ที่มา – “ปศุสัตว์เพชรบุรี” เปิดปฏิบัติการเชิงรุก บันทึก MOU กับกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *