ผลผลิตกาแฟไทย 16,534 ตัน คาดดีมานด์กาแฟโลก 10.16 ล้านตัน

ในปีเพาะปลูก 2568/69 ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการผลิตกาแฟได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีปริมาณผลผลิตกาแฟไทย 16,534 ตัน ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าถึง 514 ตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.21 แม้พื้นที่เพาะปลูกจะลดลงเล็กน้อย แต่ด้วยการดูแลที่ดีและสภาวะอากาศที่เหมาะสม ทำให้คุณภาพและผลผลิตต่อไร่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สถานการณ์การผลิตกาแฟไทยในปี 2568/69

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานว่า ปริมาณผลผลิตกาแฟไทย 16,534 ตัน มาจากพื้นที่เก็บเกี่ยว 183,842 ไร่ ลดลงจากปีก่อนหน้า 3,025 ไร่ หรือร้อยละ 1.62 แต่ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นจาก 86 กิโลกรัม เป็น 90 กิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.65 ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ

การกระจายพันธุ์กาแฟและการผลิต

ปัจจุบันกาแฟในประเทศไทยแบ่งเป็น 2 พันธุ์หลัก ได้แก่ พันธุ์อาราบิกา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 67.46 และพันธุ์โรบัสตา อีกร้อยละ 32.54 แหล่งผลิตสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ และชุมพร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการผลิตกาแฟคุณภาพ

  • จังหวัดเชียงราย – แหล่งผลิตกาแฟอาราบิกาชั้นดี
  • จังหวัดเชียงใหม่ – พื้นที่ปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียง
  • จังหวัดชุมพร – แหล่งผลิตกาแฟโรบัสตาหลัก

ราคาและมูลค่ากาแฟในตลาด

ในด้านราคากาแฟ ปี 2568 เกษตรกรขายกาแฟในรูปของกาแฟสารได้เฉลี่ย 187.54 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 52.4 หรือเพิ่มขึ้นจาก 123.01 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งปริมาณผลผลิตที่ลดลง และความต้องการซื้อที่เพิ่มสูงขึ้น

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา

  • อุปสงค์และอุปทาน: ความต้องการกาแฟในตลาดโลกสูงขึ้น ขณะที่ผลผลิตลดลง
  • คุณภาพ: การดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวที่มีประสิทธิภาพ
  • การตลาด: การส่งเสริมการขายและการแปรรูปกาแฟ

ดีมานด์กาแฟโลกและการเติบโตของตลาด

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ยังได้คาดการณ์ดีมานด์กาแฟโลกในปีการผลิต 2568/69 ไว้ที่ 10.16 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.70 จากปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการบริโภคกาแฟที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในตลาดสำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา จีน และสหราชอาณาจักร

นอกจากนี้ พฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ในประเทศไทยที่หันมานิยมดื่มกาแฟสดมากขึ้น ก็ส่งผลให้ความต้องการใช้เมล็ดกาแฟในประเทศเติบโตตามลำดับ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรมกาแฟไทย

การเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในอนาคต

เพื่อรองรับการแข่งขันและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Deforestation Regulation: EUDR) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านกาแฟ พ.ศ. 2569–2572 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาเกษตรกร 12,000 ครัวเรือน ให้เข้าสู่ระบบการผลิตกาแฟคุณภาพภายในระยะเวลา 3 ปี

  • ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัย
  • สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาพันธุ์กาแฟ
  • สร้างระบบตลาดที่โปร่งใสและเป็นธรรม
  • พัฒนาศักยภาพการผลิตกาแฟปลอดการตัดไม้ทำลายป่า

การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้นน้ำจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของกาแฟไทย และเปลี่ยนข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสในการเจาะตลาดคู่ค้าสำคัญ ที่เน้นความยั่งยืนต่อไป

ที่มา – ผลผลิตกาแฟไทย 16,534 ตัน คาดดีมานด์กาแฟโลก 10.16 ล้านตัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *