ผู้นำอิหร่านสั่งทหารพร้อมรบรอบใหม่กับสหรัฐ

สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า ผู้นำอิหร่านสั่งทหารพร้อมรบรอบใหม่กับสหรัฐ และอิสราเอล แม้ความพยายามทางการทูตเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าอิหร่านต้องการยกระดับการเตรียมพร้อมของกองทัพ เพื่อรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเผชิญหน้าทางทหารอีกครั้ง

รายงานจากกรุงเตหะรานระบุว่า อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้สั่งการผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพให้เตรียมรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยเน้นการตอบสนองอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสามารถดำเนินการได้ในทุกพื้นที่ ขณะเดียวกันยังมีคำสั่งให้เพิ่มขีดความสามารถในการตอบโต้ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารให้ทันสมัยมากขึ้น

ผู้นำอิหร่านสั่งทหารพร้อมรบรอบใหม่กับสหรัฐ

คำสั่งดังกล่าวครอบคลุมกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือไออาร์จีซี กองทัพบก และคณะเสนาธิการทหารอิหร่าน โดยผู้นำสูงสุดต้องการให้ทุกหน่วยงานสามารถรับมือกับภัยคุกคามได้อย่างไร้ข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ นอกจากนี้ ยังมีการทบทวนและปรับปรุงบัญชีเป้าหมายที่อาจถูกโจมตี เพื่อให้ทรัพย์สินทั้งทางกายภาพและไม่ใช่ทางกายภาพของสหรัฐและอิสราเอลอยู่ในขอบเขตที่อิหร่านสามารถตอบโต้ได้

เหตุผลที่อิหร่านเพิ่มระดับความพร้อมทางทหาร

การยกระดับความพร้อมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า สหรัฐและอิสราเอลอาจกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง แม้หลายฝ่ายกำลังพยายามผลักดันการเจรจาเพื่อยุติสงครามและลดความตึงเครียดก็ตาม สำหรับอิหร่าน การเตรียมพร้อมรบถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สร้างอำนาจยับยั้ง เพื่อให้อีกฝ่ายต้องประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจโจมตี

ผู้นำอิหร่านยังเรียกร้องให้กองทัพพัฒนาศักยภาพด้วยเทคโนโลยีใหม่ ทั้งระบบป้องกันประเทศ ขีดความสามารถด้านข่าวกรอง การสื่อสาร และศักยภาพในการตอบโต้เป้าหมายที่อยู่ห่างไกล การส่งสัญญาณเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดสงครามทันที แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าอิหร่านต้องการรักษาความพร้อมในทุกสถานการณ์

สหรัฐยังเปิดช่องทางการทูต

ด้านมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะกลับมาโจมตีอิหร่านหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางทางการทูต อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังคงมีศักยภาพทางทหารเพียงพอที่จะดำเนินการตามเป้าหมาย หากประธานาธิบดีมีคำสั่ง

ท่าทีของสหรัฐจึงมีลักษณะเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อไป ขณะเดียวกันก็ยังคงใช้ศักยภาพทางทหารเป็นแรงกดดัน การรักษาสมดุลระหว่างการเจรจากับการข่มขู่ตอบโต้เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางสถานการณ์ในระยะต่อไป

การเจรจาผ่านกาตาร์และประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะเดียวกัน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า คณะผู้แทนอิหร่านเดินทางไปยังกาตาร์ เพื่อหารือกับคนกลาง โดยอิหร่านเสนอให้เร่งกรอบเวลาตามข้อเสนอเดิมจาก 7 วัน เหลือเพียง 2 วัน สำหรับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่มีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก การเปิดหรือปิดเส้นทางดังกล่าวจึงส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมัน การขนส่งสินค้า และความมั่นคงด้านพลังงานของหลายประเทศ หากการเจรจาสามารถหาข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ก็อาจช่วยลดแรงกดดันและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ขยายตัว

เงื่อนไขของอิหร่านประกอบด้วยการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่บังคับใช้หลังบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด การลดกำลังทหารสหรัฐในภูมิภาค การฟื้นคืนข้อยกเว้นด้านการส่งออกน้ำมัน และการปลดอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของอิหร่าน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ในกาตาร์ นอกจากนี้ คนกลางยังเสนอแนวทางเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ

จับตาทิศทางความขัดแย้งในระยะต่อไป

ภาพรวมในเวลานี้จึงมีทั้งสัญญาณการเจรจาและการเตรียมพร้อมทางทหารเกิดขึ้นพร้อมกัน การที่ ผู้นำอิหร่านสั่งทหารพร้อมรบรอบใหม่กับสหรัฐ อาจเป็นทั้งมาตรการป้องปรามและการต่อรองทางการเมือง ขณะที่สหรัฐยังพยายามรักษาทางเลือกทั้งการทูตและการใช้กำลังไว้ในมือ

สิ่งที่น่าจับตาคือผลการพูดคุยผ่านคนกลาง รวมถึงท่าทีของทุกฝ่ายต่อช่องแคบฮอร์มุซ มาตรการคว่ำบาตร และโครงการนิวเคลียร์ หากสามารถสร้างความไว้วางใจได้ สถานการณ์อาจค่อย ๆ ผ่อนคลาย แต่หากการเจรจาล้มเหลว ความเสี่ยงของการปะทะรอบใหม่ก็อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้อ่านควรติดตามข่าวจากหลายแหล่งและพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพราะสถานการณ์ยังเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ที่มา – ผู้นำสูงสุดอิหร่านสั่งทหารพร้อมรบรอบใหม่กับสหรัฐ แม้การเจรจายังเดินหน้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *