ผู้ว่าฯ ภูเก็ตสั่งเร่งคลี่ปมไฟไหม้สปีดโบ๊ทท่าเรือฉลอง เผาวอด 22 ลำ

ผู้ว่าฯ ภูเก็ตสั่งเร่งคลี่ปมไฟไหม้สปีดโบ๊ทท่าเรือฉลอง เผาวอด 22 ลำ

เหตุการณ์ไฟไหม้สปีดโบ๊ทที่ท่าเรือฉลอง จังหวัดภูเก็ต เป็นข่าวที่สร้างความตกใจและเสียใจให้กับหลายคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวและเจ้าของเรือ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างมาก วันนี้เราจะมาพูดถึงเหตุการณ์นี้อย่างละเอียด ตั้งแต่การเกิดเหตุ การสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และความเสียหายที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์ไฟไหม้สปีดโบ๊ทท่าเรือฉลอง

เมื่อวันที่ 7 มกราคม เวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรฉลองและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ท บริเวณท่าเทียบเรือฉลอง ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการเดินทางไปยังเกาะต่าง ๆ มากมาย

หลังจากได้รับแจ้งเหตุ จังหวัดภูเก็ตได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที โดยจากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เบื้องต้นทราบว่า ต้นเพลิงเกิดจากการระเบิดและลุกไหม้ขึ้นที่เรือสปีดโบ๊ทลำแรก ก่อนที่กระแสลมทะเลจะพัดพาเอาสะเก็ดไฟปลิวไปติดเรือสปีดโบ๊ทลำอื่น ๆ ที่จอดเทียบท่าอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว

ผู้ว่าฯ ภูเก็ตสั่งการเร่งด่วน

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้ทางสำนักงานเจ้าท่าภูเก็ตจัดหาโฟมเข้าฉีดสกัด เพื่อป้องกันการกระจายตัวของน้ำมันในทะเล พร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่และเร่งดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้โดยละเอียด

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตยังได้สั่งการให้ตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ และเส้นทางโดยรอบทั้งหมด เนื่องจากในช่วงเกิดเหตุ เรือทุกลำมีการเติมน้ำมันไว้เต็มถัง เพื่อเตรียมให้บริการนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ

ความเสียหายและผลกระทบ

จากการประเมินความเสียหายล่าสุดพบว่ามีเรือได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้กว่า 20 ลำ ซึ่งเป็นความเสียหายที่สูงมาก โดยเฉพาะเจ้าของเรือที่ได้รับความเสียหายหลายลำ มูลค่าความเสียหายรวมนับร้อยล้านบาท

เจ้าของเรือรายหนึ่งที่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ท กล่าวว่า เรือสปีดโบ๊ทของตนได้รับความเสียหาย 3 ลำ มูลค่า เรือลำใหญ่ลำละ 5 ล้าน ปกติตนทำทริปเกาะราชา-เกาะเฮ วันนี้มีนักท่องเที่ยวจองมาเต็มแต่ว่าตนไม่สามารถ พาลูกค้าออกเที่ยวได้จึงแจ้งยกเลิกลูกค้า ซึ่งวันนี้มีนักท่องเที่ยวประมาณ 100 กว่าคน ซึ่งความเสียหายเยอะมาก

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลอีกด้วย ดังนั้นการเร่งดำเนินการตรวจสอบและสืบสวนหาสาเหตุจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – ผู้ว่าฯ ภูเก็ตสั่งเร่งคลี่ปมไฟไหม้สปีดโบ๊ทท่าเรือฉลอง เผาวอด 22 ลำ เสียหายนับ 100 ล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *