ฝนถล่ม น้ำป่าทะลักท่วมเมืองกาญจน์

ฝนถล่ม น้ำป่าทะลักท่วมเมืองกาญจน์ ส่งผลให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัด โดยเฉพาะเส้นทางเข้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี รวมถึงบริเวณทางลง M81 เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมแจ้งเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง

ฝนถล่ม น้ำป่าทะลักท่วมเมืองกาญจน์ กระทบหลายเส้นทาง

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีและตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี ลงพื้นที่ดูแลการจราจรบนถนนแสงชูโต ถนนสาย 324 หรือถนนอู่ทอง ถนนพัฒนาการ และถนนบายพาส หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องและมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายจุด น้ำบางพื้นที่ยังรอการระบายจนรถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถผ่านได้ ขณะที่บางเส้นทางยังเปิดให้สัญจร แต่ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วและเพิ่มความระมัดระวัง

เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ของประชาชนบางคันจอดเสียอยู่กลางถนนในบริเวณที่มีน้ำท่วมสูง จึงเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือและจัดการจราจร เพื่อให้ผู้ใช้เส้นทางสามารถเดินทางต่อได้อย่างปลอดภัย สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ที่กำลังเดินทางเข้าตัวเมืองกาญจนบุรีควรเผื่อเวลาและติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

ฝนถล่ม น้ำป่าทะลักท่วมเมืองกาญจน์ เตือนเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง

ข้อมูลจากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ระบุว่า บริเวณขาเข้าทางลง M81 มีน้ำท่วมสูงมาก เช่น ถนนเส้นวังสารภีมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง รวมถึงถนนหน้าร้านหมูวันนา ถนนด้านหลังตลาดเรดซิตี้ และบริเวณสถานีขนส่งกาญจนบุรี โดยบางช่วงระดับน้ำสูงถึงครึ่งคันรถหรืออาจท่วมมิดคัน รถจักรยานยนต์ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด เนื่องจากกระแสน้ำอาจแรงและทำให้รถเสียการควบคุมได้

สำหรับเส้นทางวังสารภีมุ่งหน้าตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง มีรายงานว่าน้ำเพิ่มสูงขึ้นมาก รถเล็กไม่ควรใช้เส้นทาง ส่วนถนนอู่ทองตั้งแต่แยกทางรถไฟถึงวงเวียนวังสารภี ระดับน้ำลดลงจนรถสามารถสัญจรได้ตามปกติ ขณะที่ช่วงวงเวียนวังสารภีถึงวัดเขาเม็ง ทั้งขาเข้าและขาออก น้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีบางจุดที่มีน้ำรอการระบาย

ข้อควรระวังเมื่อต้องเดินทางช่วงน้ำท่วม

  • ตรวจสอบสภาพการจราจรและระดับน้ำก่อนออกเดินทาง โดยใช้ข้อมูลจากตำรวจ หน่วยงานท้องถิ่น หรือแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
  • หลีกเลี่ยงถนนที่มีน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะผู้ใช้รถจักรยานยนต์และรถยนต์ขนาดเล็ก
  • ไม่ขับรถฝ่ากระแสน้ำที่ไหลแรง เพราะอาจทำให้รถดับ เครื่องยนต์เสียหาย หรือถูกกระแสน้ำพัดออกนอกเส้นทาง
  • ห้ามเดินเข้าใกล้เสาไฟฟ้า ตู้ไฟ หรือสายไฟที่อยู่ในบริเวณน้ำท่วม เพราะอาจมีกระแสไฟฟ้ารั่วและเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • หากรถเสียกลางถนน ให้เปิดไฟฉุกเฉินและติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือทันที

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรีรายงานว่า พื้นที่จังหวัดมีฝนตกสะสมในหลายอำเภอ โดยสถานีบ้านวังน้ำเขียว อำเภอไทรโยค มีปริมาณฝนสะสมสูงสุด 36.5 มิลลิเมตร รองลงมาคือสถานีในอุทยานแห่งชาติไทรโยค วัดปากลำขาแข้ง ต้นน้ำแม่กลอง บ้านตะเคียนงาม บ้านบ้องตี้บน และอุทยานแห่งชาติเอราวัณ สถานการณ์ฝนสะสมดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ

ด้านเขื่อนวชิราลงกรณมีปริมาณน้ำกักเก็บ 8,675.17 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 97.91% ของความจุเขื่อน เหลือพื้นที่รองรับน้ำอีก 184.83 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนมีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ 18.48 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และระบายน้ำ 40.53 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยไม่มีการระบายน้ำผ่านอาคารระบายน้ำล้น ขณะที่ตัวเขื่อนและอาคารระบายน้ำล้นยังอยู่ในสภาพปกติ

กฟผ. เขื่อนวชิราลงกรณมีแผนระบายน้ำประมาณ 40.40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันต่อเนื่องอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ พร้อมติดตามระดับน้ำในแม่น้ำแควน้อยอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์มีปริมาณน้ำกักเก็บประมาณ 97% ของความจุอ่างเก็บน้ำ และประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลน้ำผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน EGAT ONE ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพรวมของ ฝนถล่ม น้ำป่าทะลักท่วมเมืองกาญจน์ สะท้อนว่าการวางแผนเดินทางและการติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์มีความสำคัญมาก ผู้ขับขี่ควรหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยง ไม่ประเมินความสูงของน้ำจากสายตาเพียงอย่างเดียว และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย หากไม่มีความจำเป็นควรเลื่อนการเดินทางออกไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ที่มา – ฝนถล่ม-น้ำป่าทะลัก ท่วมเมืองกาญจน์ ตำรวจเร่งระบายการจราจรทางลง M81

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *