รมว.กลาโหม พร้อม 2 รมช. ลงพื้นที่น้ำท่วมบางคล้า
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคตะวันออกยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณลุ่มน้ำบางปะกงที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำสะสมและการระบายน้ำ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. รมว.กลาโหม พร้อม 2 รมช. ลงพื้นที่น้ำท่วมบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังปัญหาจากหน่วยงานในพื้นที่ และให้กำลังใจประชาชนที่ต้องย้ายออกจากบ้านเรือนมาอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว
คณะลงพื้นที่นำโดย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภารกิจครั้งนี้ต่อเนื่องจากการลงพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี โดยคณะได้เดินทางเข้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมสำรวจพื้นที่การเกษตร ถนน และเส้นทางคมนาคมที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมระหว่างทาง
รมว.กลาโหม พร้อม 2 รมช. ลงพื้นที่น้ำท่วมบางคล้า ติดตามการช่วยเหลือประชาชน
เมื่อเดินทางถึงศูนย์พักพิงชั่วคราววัดลาดบัวขาว อำเภอบางคล้า ในเวลาประมาณ 14.30 น. คณะได้รับฟังรายงานสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การดูแลผู้ประสบภัย และแนวทางการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน พื้นที่อำเภอบางคล้าและอำเภอคลองเขื่อนยังมีชุมชนบางส่วนได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นและเส้นทางสัญจรที่ไม่สะดวก
ภายในพื้นที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของกองพลทหารราบที่ 11 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานการทำงานกับจังหวัด ฝ่ายปกครอง และองค์กรท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามระดับน้ำ จัดเตรียมยานพาหนะ สนับสนุนสิ่งของจำเป็น และดูแลประชาชนทั้งในชุมชนกับศูนย์พักพิง
รมว.กลาโหม พร้อม 2 รมช. ลงพื้นที่น้ำท่วมบางคล้า เน้นบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ
รมว.กลาโหมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำบางปะกงอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ โดยการเร่งระบายน้ำต้องพิจารณาผลกระทบต่อประชาชนในทุกพื้นที่ ไม่ควรแก้ปัญหาเฉพาะจุดจนทำให้ชุมชนอื่นได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังต้องเตรียมแผนฟื้นฟูบ้านเรือน พื้นที่เกษตร ถนน และสาธารณูปโภคต่าง ๆ หลังระดับน้ำลดลง
การจัดการน้ำในช่วงวิกฤตจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและการสื่อสารที่รวดเร็ว หน่วยงานในพื้นที่จึงควรแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าเกี่ยวกับระดับน้ำ เส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยง และจุดรับความช่วยเหลือ เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวได้ทันเวลา ขณะเดียวกัน การทำงานร่วมกันระหว่างทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และอาสาสมัคร จะช่วยให้การส่งต่อความช่วยเหลือเข้าถึงครอบครัวที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ได้มากขึ้น
ดูแลผู้ประสบภัยทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ
นอกจากการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำและการเดินทางแล้ว คณะยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัยภายในศูนย์พักพิง โดยได้พูดคุยสอบถามความเป็นอยู่ สุขภาพ และความต้องการของประชาชน พร้อมมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น การดูแลเป็นพิเศษมุ่งไปที่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็ก และผู้ที่ต้องใช้ยาเป็นประจำ ซึ่งอาจต้องการความช่วยเหลือมากกว่ากลุ่มอื่น
รมว.กลาโหมยังแสดงความห่วงใยเรื่องสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ เนื่องจากน้ำท่วมที่ยืดเยื้ออาจทำให้เกิดความเครียด ความกังวล และความเหนื่อยล้าสะสม หลายครอบครัวต้องทิ้งบ้านและทรัพย์สินไว้ชั่วคราว ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานต่อเนื่องท่ามกลางสภาพอากาศและการเดินทางที่ยากลำบาก การพูดคุยให้กำลังใจ การจัดพื้นที่พักผ่อน และการเปิดโอกาสให้เข้าถึงคำปรึกษาด้านสุขภาพจิต จึงเป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
- จัดพื้นที่พักผ่อนและจุดรับฟังปัญหาสำหรับผู้ประสบภัย
- ติดตามอาการของผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว
- จัดเวรปฏิบัติงานให้เจ้าหน้าที่ได้พักอย่างเหมาะสม
- สื่อสารข้อมูลสถานการณ์อย่างชัดเจน เพื่อลดความสับสนและความวิตกกังวล
สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในศูนย์พักพิง
สำหรับเด็กที่ต้องอยู่ในศูนย์พักพิงเป็นเวลาหลายวัน คณะได้เสนอให้จัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงวัย ทั้งการเล่น การเรียนรู้ และกิจกรรมนันทนาการ เพราะกิจกรรมเหล่านี้ช่วยลดความเครียด ทำให้เด็กมีโอกาสแสดงออก และยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการระหว่างที่ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ การมีมุมกิจกรรมสำหรับเด็กยังช่วยให้ผู้ปกครองสามารถดูแลเรื่องอื่น ๆ ได้สะดวกมากขึ้น
ศูนย์พักพิงจึงควรเป็นมากกว่าสถานที่พักชั่วคราว แต่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ดูแลประชาชนอย่างรอบด้าน ทั้งอาหาร น้ำดื่ม สุขอนามัย การรักษาพยาบาล ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ทางใจ หากทุกหน่วยงานร่วมกันวางระบบที่ดี ผู้ประสบภัยจะสามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้อย่างมั่นคงมากขึ้น
สำรวจพื้นที่จริงและเตรียมฟื้นฟูหลังน้ำลด
หลังตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงและมอบถุงยังชีพแล้ว รมว.กลาโหม พร้อม 2 รมช. ลงพื้นที่น้ำท่วมบางคล้า ได้เดินทางต่อด้วยรถบรรทุกทหารผ่านพื้นที่น้ำท่วมโดยรอบ เพื่อสำรวจสภาพชุมชน เส้นทางสัญจร และความเดือดร้อนของประชาชนที่ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านเรือน การลงพื้นที่จริงช่วยให้หน่วยงานเห็นปัญหาได้ชัดเจนกว่าการรับรายงานเพียงอย่างเดียว และสามารถจัดลำดับความเร่งด่วนของการช่วยเหลือได้ตรงกับความต้องการ
กระทรวงกลาโหมและกองทัพยังคงสนับสนุนจังหวัด รวมถึงหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตามความจำเป็น ทั้งการขนส่งสิ่งของ การอพยพประชาชน การสนับสนุนกำลังพล และการช่วยเปิดเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย การฟื้นฟูควรดำเนินการอย่างรวดเร็วและครอบคลุม ตั้งแต่การทำความสะอาดพื้นที่ ตรวจสอบโครงสร้างบ้านเรือน เยียวยาผู้ประกอบอาชีพ ไปจนถึงการฟื้นฟูพื้นที่เกษตร
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การรับมือน้ำท่วมไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประชาชนเองควรติดตามประกาศจากทางการ เตรียมเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว และสิ่งของจำเป็นไว้ในจุดที่หยิบได้ง่าย หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำและแจ้งความต้องการไปยังศูนย์ช่วยเหลือโดยเร็ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงได้ทันเวลา
บทสรุป: การลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในบางคล้าและพื้นที่ใกล้เคียง สิ่งสำคัญจากนี้คือการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง การดูแลสุขภาพกายใจของผู้ประสบภัย และการเร่งฟื้นฟูชุมชนให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ เชื่อว่าพื้นที่ประสบภัยจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้และกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง
ที่มา – ‘รมว.กลาโหม’ พร้อม 2 รมช. ลงพื้นที่น้ำท่วมบางคล้า



