ฝ่ายค้านพร้อมซักฟอก ‘เท้ง’ ชี้ตารางนายกฯ ยังพอยัดได้
ประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ออกมายืนยันว่า ฝ่ายค้านพร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอยู่เสมอ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยเรื่องวันและเวลาสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าฝ่ายค้านต้องการให้ญัตติถูกบรรจุเข้าสู่การพิจารณาภายในสมัยประชุมปัจจุบัน ไม่อยากให้เรื่องถูกเลื่อนออกไปจนเสียโอกาสในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านก็พร้อมปรับรายละเอียดเรื่องกรอบเวลาให้สอดคล้องกับภารกิจของคณะรัฐมนตรี หากรัฐบาลสามารถยืนยันวันและเวลาที่ชัดเจนได้
ฝ่ายค้านพร้อมซักฟอก ‘เท้ง’ ชี้ตารางนายกฯ ยังพอยัดได้
นายณัฐพงษ์ระบุว่า เดิมฝ่ายค้านมองว่าการอภิปรายควรใช้เวลาประมาณ 5 วัน หรือรวมราว 60 ชั่วโมง เนื่องจากมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบมากถึง 18 คน การจัดสรรเวลาอย่างเพียงพอจะช่วยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อกล่าวหาได้อย่างรอบด้าน โดยไม่ต้องเร่งรัดจนประชาชนได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลเห็นว่ากรอบเวลา 5 วันยาวเกินไป และเสนอให้ลดเหลือ 4 วัน ฝ่ายค้านก็ไม่ได้ปิดประตูการเจรจา เพียงแต่ขอเวลาหารือร่วมกันระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อจัดลำดับประเด็น กำหนดจำนวนผู้อภิปราย และบริหารเวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด การปรับลดเวลาอาจทำได้ แต่ต้องไม่กระทบต่อสาระสำคัญของการตรวจสอบรัฐบาล
‘เท้ง’ ย้ำฝ่ายค้านพร้อมซักฟอกทุกเวลา หากรัฐบาลเปิดเวที
หัวหน้าพรรคประชาชนมองว่า ตารางงานของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรียังมีช่องว่างที่สามารถนำมาใช้จัดการอภิปรายได้ หากมีการบริหารตารางอย่างจริงจัง ภารกิจบางรายการ โดยเฉพาะงานภายในประเทศหรือการประชุมคณะรัฐมนตรี อาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม รวมถึงการจัดประชุมในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ หากทุกฝ่ายเห็นว่าจำเป็น
จุดยืนของฝ่ายค้านจึงไม่ได้มุ่งสร้างเงื่อนไขเพื่อขัดขวางการทำงานของรัฐบาล แต่ต้องการให้มีเวทีสภาสำหรับชี้แจงต่อประชาชนอย่างเป็นทางการ การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตย เพราะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านตั้งคำถาม ตรวจสอบนโยบาย และนำเสนอข้อมูลที่รัฐบาลต้องตอบต่อสภาและสังคม
นายณัฐพงษ์ยังตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลอาจยังไม่พร้อมเปิดเวทีให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ เนื่องจากที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีและตัวแทนรัฐบาลถูกมองว่าหลีกเลี่ยงการเข้ามาตอบกระทู้ในสภาหลายครั้ง ฝ่ายค้านเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวทำให้บทบาทของสภาลดความสำคัญลง ทั้งที่สภาควรเป็นพื้นที่หลักในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตอบคำถามแทนประชาชน
กรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องชัดเจน
อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือ หากการอภิปรายถูกเลื่อนไปถึงเดือนธันวาคม จะส่งผลต่อการทำงานของฝ่ายค้านและการพิจารณาญัตติหรือไม่ ฝ่ายค้านต้องการความชัดเจนจากรัฐบาลและประธานสภา เพราะการเตรียมข้อมูลอภิปรายจำเป็นต้องใช้เวลา ทั้งการตรวจสอบเอกสาร การประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญ และการแบ่งประเด็นให้สมาชิกแต่ละคนรับผิดชอบ
การอภิปรายรัฐมนตรีจำนวนหลายคนไม่สามารถเตรียมการได้ภายในเวลาอันสั้น หากวันอภิปรายยังไม่แน่นอน สมาชิกฝ่ายค้านอาจวางแผนการทำงานได้ยาก ขณะเดียวกัน ประชาชนก็ไม่สามารถติดตามได้ว่าการตรวจสอบจะเกิดขึ้นเมื่อใด ดังนั้น การกำหนดตารางล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญ
ฝ่ายค้านยังมองว่า ภารกิจต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีไม่ควรเป็นอุปสรรคที่ทำให้การตรวจสอบในสภาต้องหยุดชะงัก หากนายกรัฐมนตรีไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมสุดยอดระหว่างประเทศได้ตลอดช่วงเวลา ก็อาจมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่แทนได้ ตามความเหมาะสมและขอบเขตอำนาจหน้าที่
นายพิศาล มาณวพัฒน์ รัฐมนตรีเงากระทรวงการต่างประเทศของพรรคประชาชน ระบุว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเปคเป็นภารกิจสำคัญ แต่หากนายกรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นที่จะทำตามภารกิจที่เคยประกาศไว้ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ก็สามารถมอบหมายให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมแทนได้ เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศและสามารถปฏิบัติหน้าที่แทนประเทศไทยได้
มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่าฝ่ายค้านต้องการให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญของภารกิจให้เหมาะสม การเข้าร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจเป็นโอกาสให้ผู้นำประเทศแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนและสภา ขณะเดียวกัน การมอบหมายภารกิจระหว่างประเทศให้ผู้มีความรู้ความสามารถก็อาจช่วยให้การบริหารงานเดินหน้าต่อได้โดยไม่สะดุด
เหตุใดการซักฟอกจึงสำคัญต่อประชาชน
การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้เป็นเพียงการปะทะกันระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ นโยบายสำคัญ และการบริหารราชการแผ่นดิน ฝ่ายค้านมีหน้าที่นำข้อสงสัยหรือข้อมูลที่ได้รับมาตั้งคำถาม ส่วนรัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงด้วยเหตุผลและหลักฐาน
หากการอภิปรายดำเนินไปอย่างสร้างสรรค์ ประชาชนจะสามารถประเมินได้ว่ารัฐมนตรีแต่ละคนมีผลงานมากน้อยเพียงใด มีปัญหาในการบริหารหรือไม่ และสามารถตอบคำถามที่สังคมกังวลได้ชัดเจนแค่ไหน นอกจากนี้ การอภิปรายยังช่วยกระตุ้นให้รัฐบาลปรับปรุงการทำงานและเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารประเทศ
- ฝ่ายค้าน ต้องเตรียมข้อมูลให้ถูกต้อง ตรวจสอบได้ และนำเสนออย่างมีเหตุผล
- รัฐบาล ควรเปิดโอกาสให้มีการซักถาม พร้อมชี้แจงต่อสภาอย่างตรงไปตรงมา
- ประธานสภา ควรช่วยประสานทุกฝ่ายเพื่อกำหนดวันอภิปรายที่ชัดเจนและเป็นธรรม
- ประชาชน ควรติดตามข้อมูลจากหลายด้านและใช้วิจารณญาณในการประเมินข้อเท็จจริง
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด นายณัฐพงษ์ยังย้ำว่า ฝ่ายค้านพร้อมอภิปรายเมื่อใดก็ได้ ขอเพียงรัฐบาลและประธานสภากำหนดช่วงเวลาที่แน่นอน โดยฝ่ายค้านพร้อมปรับแผนให้ยืดหยุ่น ทั้งเรื่องจำนวนวันและการจัดสรรเวลา แต่ต้องมีหลักประกันว่าการอภิปรายจะไม่ถูกเลื่อนจนพ้นสมัยประชุม
ท้ายที่สุด ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การอภิปรายจะใช้เวลา 4 หรือ 5 วันเท่านั้น แต่อยู่ที่คุณภาพของข้อมูลและความจริงใจของทุกฝ่ายในการทำหน้าที่ ฝ่ายค้านควรใช้เวทีนี้นำเสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ ขณะที่รัฐบาลควรใช้โอกาสชี้แจงผลงานและตอบข้อสงสัยของประชาชนอย่างเต็มที่ เพราะการตรวจสอบที่เปิดกว้างจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐสภาได้มากกว่าการหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนเวลาออกไป
ประชาชนจึงควรติดตามความคืบหน้าการกำหนดวันอภิปรายอย่างใกล้ชิด และพิจารณาข้อมูลจากการอภิปรายด้วยเหตุผล เวทีสภาที่มีคุณภาพจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกฝ่ายเคารพกลไกตรวจสอบและให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประเทศเป็นอันดับแรก
ที่มา – ‘เท้ง’ ยัน ‘ฝ่ายค้าน’ พร้อมซักฟอกเสมอ ดูตารางงานนายกฯ แล้ว พอยัดได้