“พิพัฒน์” ลั่นไม่ทำต่อ! แก้สัญญา “รถไฟไฮสปีดสามสนามบิน” จ่ายเป็นงวดๆ

“พิพัฒน์” ลั่นไม่ทำต่อ! แก้สัญญา “รถไฟไฮสปีดสามสนามบิน” จ่ายเป็นงวดๆ

ในวันที่ 1 ตุลาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับนโยบายการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม โดยยึดแนวทางของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก เพื่อเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “เดินทางสะดวก ปลอดภัย ลดภาระประชาชน วางโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สู่ศูนย์กลางคมนาคมของภูมิภาค”

“พิพัฒน์” ลั่นไม่ทำต่อ! แก้สัญญา “รถไฟไฮสปีดสามสนามบิน” จ่ายเป็นงวดๆ

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่าคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้กลับไปใช้มติครม.ปี 2567 สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง โดยใช้มาตรการค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายจนถึง 30 พฤศจิกายน 2568 หลังจากนั้น จะมีการประชุมร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการต่อยอดมาตรการนี้ หรือหาทางเลือกอื่น โดยต้องเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาภายใน 15 พฤศจิกายน 2568 เบื้องต้น กระทรวงคมนาคมวางแผนนำระบบตั๋วร่วมมาใช้กับขนส่งสาธารณะทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือ เพื่อให้ประชาชนใช้บัตรใบเดียวได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ที่ล่าช้ามากว่า 6 ปี จะถูกนำมาหารือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และบริษัทเอเชีย เอรา วัน จำกัด หรือกลุ่มซีพี เพื่อกำหนดทิศทางต่อไป “พิพัฒน์” ลั่นไม่ทำต่อ! แก้สัญญา “รถไฟไฮสปีดสามสนามบิน” จ่ายเป็นงวดๆ โดยชี้ว่าการแก้สัญญาให้จ่ายเงินแบบงวดๆ สร้างไปจ่ายไป ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะสัญญาเดิมไม่ได้กำหนดแบบนั้น หากต้องทำแบบนี้ ตนคงรับผิดชอบไม่ไหวและจะไม่ทำ โดยเฉพาะในช่วง 4 เดือนและอีก 4 เดือนช่วงเลือกตั้ง ที่อาจทำให้รัฐเสียหาย

ผลกระทบจากการแก้สัญญา “รถไฟไฮสปีดสามสนามบิน” จ่ายเป็นงวดๆ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ในการยกเลิกสัญญา นายพิพัฒน์ชี้ว่ายังบอกไม่ได้ เพราะหากยกเลิกจะต้องจ่ายค่าปรับ ดังนั้นต้องเรียกทุกฝ่ายมาหารือก่อน หากแก้ไขแล้วไม่ผิดกฎหมาย ก็พร้อมคุย แต่เนื่องจากสัญญาเดิมไม่ระบุการจ่ายงวดๆ จึงทำไม่ได้ หากถูกฟ้องร้อง ใครจะรับผิดชอบ ในช่วง 4 เดือนนี้ การก่อสร้างน่าจะยาก แต่เป็นโอกาสหาทางออกเพื่อให้โครงการเดินต่อ โดยไม่ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ เพราะทุกวันที่ล่าช้าคือความเสียหายทั้งภาครัฐและเอกชน

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีทางออก โครงการนี้จะไม่กระทบการเดินทางของประชาชน เพราะรฟท. มีเส้นทางกรุงเทพฯ ถึงแหลมฉบังอยู่แล้ว เพียงขยายเข้าไปสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งง่ายกว่า ปัจจุบันเส้นทางนี้ใช้ประโยชน์น้อย หากล้มโครงการ สามารถใช้ระบบรางเชื่อมรถโดยสาร นำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ และเพิ่มความถี่การเดินรถให้เร็วขึ้น

  • นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท: ช่วยลดภาระประชาชน ลดปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ
  • ระบบตั๋วร่วม: เพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ลดการใช้เงินสด
  • โครงการไฮสปีด: แม้ล่าช้า แต่ยังมีศักยภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจ EEC

โครงการรถไฟไฮสปีดสามสนามบินนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงการคมนาคมที่ทันสมัยของไทย โดยคาดว่าจะช่วยลดเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปพัทยาและอู่ตะเภาเหลือเพียง 1 ชั่วโมง ส่งเสริมการท่องเที่ยวและธุรกิจในภาคตะวันออก หากสามารถแก้ไขปัญหาสัญญาได้ จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อเศรษฐกิจ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียงบประมาณแผ่นดินและเวลาที่ล่วงเลยไป การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน

สุดท้าย โครงการนี้สะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ หากหาทางออกได้ จะเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับโครงการอื่นๆ ในอนาคต ชวนทุกท่านติดตามพัฒนาการเพิ่มเติม เพื่อเห็นภาพการคมนาคมไทยที่ก้าวหน้า

ที่มา – “พิพัฒน์” ลั่นไม่ทำต่อ! แก้สัญญา “รถไฟไฮสปีดสามสนามบิน” จ่ายเป็นงวดๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *