พิษพายุ ‘คาจิกิ’ ถล่ม ‘แม่ฮ่องสอน’ น้ำป่าหลากโคลนถล่มสูญหาย 2 ดับ 1

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เหตุการณ์อุทกภัยจากน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งเป็นผลกระทบจาก พิษพายุ ‘คาจิกิ’ ได้ถล่มพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในอำเภอเมืองและอำเภอขุนยวม ซึ่งน้ำป่าพัดถล่มหมู่บ้านและทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้ประชาชนประสบปัญหาด้านการสื่อสาร การเดินทาง และการดำรงชีวิต

พิษพายุ ‘คาจิกิ’ ถล่ม ‘แม่ฮ่องสอน’

เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้หลายหมู่บ้านบนดอยประสบภัยธรรมชาติอย่างหนัก รวมถึงบ้านห้วยหมาก-ลาง ต.ห้วยโป่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากดินโคลนสไลด์ ส่งผลให้มีความเสียหายแก่บ้านเรือนจำนวน 11 หลัง และผู้สูงอายุรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาลขุนยวม ส่วนอีกหนึ่งรายคือ นางหน่อแตพอ ฌานโสภา วัย 82 ปี เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้

ในขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปให้ความช่วยเหลือ แต่ก็พบปัญหาด้านการติดต่อสื่อสาร เนื่องจากเสาสัญญาณมือถือหัก และมีดินถล่มปิดเส้นทางทั้งหมด ส่งผลให้การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยทำได้ยาก ทำให้ยังมีประชาชนอีก 2 ราย สูญหาย ได้แก่ คู่สามีภรรยา คือ นายวรรณโณ ศรีชัย และนางสาวศิริพร แวววรรณศรี ซึ่งมีผู้พบเห็นครั้งสุดท้ายอยู่บนเกาะกลางน้ำ แต่ขณะนี้ยังไม่มีข่าวสาร

สถานการณ์ในพื้นที่ต่างๆ

ในตำบลห้วยโป่งและตำบลผาบ่อง เจ้าหน้าที่ร่วมกับอาสาสมัครได้รีบเข้าช่วยเหลือและเคลียร์เศษไม้ ซากสิ่งของที่น้ำป่าพัดมากับกระแสน้ำไว้ในหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างยอมรับว่า พิษพายุ ‘คาจิกิ’ ครั้งนี้รุนแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลทั้งในด้านทรัพย์สิน ชีวิต และจิตใจของประชาชน

สำหรับพื้นที่ 10 ตำบลใน 2 อำเภอ (เมืองแม่ฮ่องสอน และ ขุนยวม) นั้น มีหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบสูงถึง 56 หมู่บ้าน และมีการประกาศให้เขตนี้เป็นพื้นที่ประสบภัยฉุกเฉิน เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และเตรียมพร้อมสำหรับการเยียวยาในระยะยาว

ความคืบหน้าในการฟื้นฟู

หนึ่งในเส้นทางหลักอย่าง ทางหลวงหมายเลข 108 ณ บริเวณบ้านห้วยโป่ง สะพานข้ามลำน้ำแม่จ๋า ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เคอสะพานขาด ทำให้การเดินทางระหว่างอำเภอเมือง และอำเภอขุนยวม ถูกขัดขวาง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำสะพานสำเร็จรูปแบบชั่วคราวมาใช้แทน และวางแผนเปิดให้ใช้งานได้ภายในวันที่ 1 กันยายน 2568

สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังอำเภอแม่สะเรียง หรืออำเภอปาย สามารถใช้ทางเลี่ยงผ่านอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้เส้นทางสาย 1095 แทน

นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญขณะนี้คือการจัดการเส้นทางเดินรถ และการค้นหาผู้สูญหาย 2 ราย ซึ่งยังคงเป็นเป้าหมายหลักของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกันก็มั่นใจว่าการประสานงานระหว่างทุกภาคส่วนจะช่วยลดผลกระทบให้กับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

ในช่วงเวลาเช่นนี้ ความสามัคคีของประชาชนและเจ้าหน้าที่ถือเป็นหนึ่งในพลังสำคัญในการร่วมกันฟื้นฟูภัยพิบัติ และเริ่มต้นชีวิตใหม่กับความหวังใหม่ในพื้นที่ที่เคยสวยงามและมีชีวิตชีวา

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องการให้ความช่วยเหลือ หรือมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้สูญหาย สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือฯ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ข้อมูลติดตามข่าวสารได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา – พิษพายุ ‘คาจิกิ’ ถล่ม ‘แม่ฮ่องสอน’ น้ำป่าหลากโคลนถล่มสูญหาย 2 ดับ 1

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *