พุทธ อภิวรรณ พบ DSI แจงปมบริจาค 4 แสน

พุทธ อภิวรรณ พบ DSI แจงปมบริจาค 4 แสน หลังเดินทางเข้าพบพนักงานสืบสวน กองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ในฐานะพยาน เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคเงินให้มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ โดยเจ้าตัวนำหลักฐานการโอนเงินมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมยืนยันว่าเงินทั้งหมดถูกโอนเข้าบัญชีของมูลนิธิโดยตรง ไม่ได้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของกัน จอมพลัง

พุทธ อภิวรรณ พบ DSI แจงปมบริจาค 4 แสน

รายงานระบุว่า นายพุทธ อภิวรรณ องค์พระบารมี ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายข่าวและผู้ประกาศข่าวช่อง 8 เดินทางมาที่ DSI เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 ต.ค. 69 ตามหนังสือเชิญของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ข้อมูลกรณีเคยร่วมบริจาคเงินเข้ามูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ ซึ่งกำลังถูกตรวจสอบภายหลังมีการร้องเรียนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการรับและใช้จ่ายเงินบริจาค

นายพุทธเปิดเผยว่า เคยโอนเงินเข้ามูลนิธิทั้งหมด 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 400,000 บาท ครั้งแรกจำนวน 300,000 บาท และครั้งที่สองจำนวน 100,000 บาท โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เจ้าตัวได้นำสลิปการโอนเงินมาให้ DSI ตรวจสอบประกอบการให้ข้อมูล

รายละเอียดการบริจาคที่นำส่งให้เจ้าหน้าที่

  • โอนเงินบริจาคทั้งหมด 2 ครั้ง
  • ครั้งแรกจำนวน 300,000 บาท
  • ครั้งที่สองจำนวน 100,000 บาท
  • ยอดบริจาครวม 400,000 บาท
  • โอนเข้าบัญชีมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้โดยตรง

ผู้ประกาศข่าวชื่อดังยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่เคยโอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีส่วนตัวของนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง การเดินทางมาครั้งนี้จึงเป็นการให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ได้เข้ามาเพื่อกล่าวหาหรือแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นข้อร้องเรียนที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

นายพุทธยังกล่าวว่า รู้จักการทำงานของกัน จอมพลัง และเห็นว่าการช่วยเหลือประชาชนในหลายกรณีน่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม จึงตัดสินใจร่วมบริจาคตามกำลังที่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าไม่ได้สอบถามรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับการนำเงินไปใช้จ่ายในแต่ละโครงการ และไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดของเรื่องที่ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม นำไปร้องเรียนต่อ DSI

ประเด็นที่ DSI อยู่ระหว่างตรวจสอบ

กรณีดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่ทนายตั้มยื่นหนังสือขอให้ DSI ตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ โดยมีข้อสงสัยหลายด้าน ทั้งเรื่องการรับบริจาค การจัดซื้อสิ่งของ และเส้นทางการเงิน การตรวจสอบครั้งนี้ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อมูลจากผู้ร้องเรียน ผู้บริจาค และบุคคลที่เกี่ยวข้อง จึงต้องรอผลจากหลักฐานอย่างเป็นทางการก่อนสรุปว่ามีความผิดหรือไม่

ประเด็นแรกเกี่ยวข้องกับการเปิดรับบริจาคในช่วงวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2568 โดยมีการขอให้ตรวจสอบยอดเงินที่ได้รับบริจาคเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายจริงในการจัดซื้อสิ่งของ เช่น บังเกอร์ ยางรถยนต์ ชุดเกราะ และรถ ATV รวมถึงตรวจสอบว่าราคาสินค้าที่จัดซื้อมีส่วนต่างสูงผิดปกติหรือไม่ และมีการใช้บริษัทตัวแทนหรือนอมินีเข้ามาเกี่ยวข้องหรือเปล่า

ประเด็นที่สองเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังเหตุการณ์ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม โดยมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการซื้อเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศ มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท DSI ต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์เหล่านี้ถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะตามวัตถุประสงค์ของการบริจาคจริงหรือไม่ หรือมีบางส่วนถูกนำไปติดตั้งในพื้นที่ไลฟ์สดส่วนตัว

ส่วนประเด็นที่สาม คือการตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของนายกัณฐัศว์ รวมถึงภรรยาและบุคคลใกล้ชิด ตลอดจนที่มาของบ้านหรูมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท และข้อกล่าวหาอื่นที่เกี่ยวข้องกับประเด็นในอดีต โดยทั้งหมดเป็นเพียงข้อร้องเรียนที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าบุคคลใดกระทำผิด

คิวต่อไป หนุ่ม กรรชัย เข้าให้ข้อมูล

นอกจากพุทธ อภิวรรณ แล้ว DSI ยังมีหนังสือเชิญนายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือหนุ่ม กรรชัย ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานด้วย เนื่องจากเคยให้ความช่วยเหลือและโอนเงินในช่วงที่ผ่านมา รวมยอดประมาณ 1.5 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่โอนเข้าบัญชีส่วนตัวจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือในปี 2567 และเงินที่โอนเข้ามูลนิธิอีก 500,000 บาทในปี 2568

อย่างไรก็ตาม หนุ่ม กรรชัยได้ขอเลื่อนกำหนดการเข้าพบ เนื่องจากติดภารกิจส่วนตัวและงานที่วางไว้ ขณะที่ DSI ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เชิญกัน จอมพลังเข้ามาสอบถาม เพราะเจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้ร้องเรียนและพยานผู้บริจาคให้ครบถ้วนก่อน ขั้นตอนดังกล่าวเป็นแนวทางปกติในการทำคดี เพื่อให้การสอบสวนมีข้อมูลรอบด้านและลดความคลาดเคลื่อน

พุทธ อภิวรรณ พบ DSI แจงปมบริจาค 4 แสน จึงเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นข้อมูลจากฝั่งผู้บริจาคชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะหลักฐานการโอนเงินและเจตนาของการบริจาค สำหรับประชาชนทั่วไป เรื่องนี้สะท้อนว่าการบริจาคเงินควรเก็บสลิป เอกสาร และรายละเอียดการโอนเอาไว้ทุกครั้ง เพื่อใช้ยืนยันข้อเท็จจริงหากมีการตรวจสอบในอนาคต

ขณะเดียวกัน การติดตามข่าวควรพิจารณาจากข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรด่วนสรุปจากกระแสในสังคมเพียงอย่างเดียว เพราะการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น และผู้ที่ถูกกล่าวถึงยังมีสิทธิชี้แจงตามกระบวนการ ยิ่งมีประเด็นเกี่ยวกับเงินบริจาค ความโปร่งใส และการใช้ทรัพย์สินสาธารณะ การรอผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ติดตามความคืบหน้าจาก DSI และแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อรับข้อมูลที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจหรือแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้

ที่มา – ‘พุทธ อภิวรรณ’ พบ DSI แจงปมบริจาค 4 แสนเข้า ‘มูลนิธิกันจอมพลัง’ คิวต่อไป ‘หนุ่ม กรรชัย’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *