ฟิลิปปินส์กังวลเหตุเรือจีนชนกันเองในทะเลพิพาท
รายงานจากกรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทะเลจีนใต้ บริเวณแนวสันดอนสการ์โบโรห์นั้น เป็นการปะทะระหว่างเรือลาดตระเวนของกองกำลังยามฝั่งจีนกับเรือของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) ซึ่งเกิดจากการไล่จี้เรือยามฝั่งของฟิลิปปินส์ด้วยความเร็วสูง
กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ออกมาแสดงความกังวลและระบุอย่างชัดเจนว่า นี่เป็น “พฤติกรรมอันตราย” ที่ขัดต่อกฎหมายการเดินเรือระหว่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการแทรกแซงอย่างผิดกฎหมายที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของยานพาหนะและบุคลากรฟิลิปปินส์
ฟิลิปปินส์กังวลอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมเสี่ยงของจีน
แม้ว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเรือของฟิลิปปินส์ แต่เหตุการณ์ที่เรือจีนสองลำชนกันเองหลังไล่จี้เรือฟิลิปปินส์ถือเป็นสัญญาณอันตรายอย่างชัดเจน รัฐบาลประเทศกล่าวว่า “เป็นเรื่องโชคร้าย” ที่ไม่มีความเสียหายร้ายแรงมากไปกว่านี้ ทว่าก็ย้ำว่าพฤติกรรมเช่นนี้ต้องถูกตั้งคำถามและต้องมีการยึดถือหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
เพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สถานการณ์ครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความตึงเครียดที่มีอยู่เดิมในทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการโต้แย้งซึ่งกันและกันระหว่างหลายประเทศในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ เวียดนาม บรูไน มาเลเซีย รวมไปถึงจีน
แม้ฟิลิปปินส์จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดภายหลังเกี่ยวกับสถานะของเรือจีนทั้งสองลำ แต่เจ้าหน้าที่ยามฝั่งของฟิลิปปินส์ได้ยื่นมือออกไปให้ความช่วยเหลือ ทั้งที่ไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ จากอีกฝ่าย ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศกล่าวว่า ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้
ความเคลื่อนไหวของจีนในทะเลจีนใต้ถือเป็นประเด็นที่นานาชาติจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความกังวลจากประเทศเพื่อนบ้านที่อาจได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมที่ถูกมองว่าเป็นการยั่วยุและการใช้พลังทางทหารโดยไม่จำเป็น
จากสถานการณ์ในครั้งนี้ ฟิลิปปินส์ยืนยันอีกครั้งว่า ประเทศยังมุ่งมั่นในการพูดคุยและเจรจาอย่างสันติ เพื่อค้นหาทางออกที่ยั่งยืนแก่ปัญหาที่เกิดขึ้นในภูมิภาค โดยไม่ให้เกิดการแตกแยกหรือเพิ่มความขัดแย้งให้รุนแรงยิ่งขึ้น
ติดตามข่าวสารเวิลด์นิวส์เพื่อไม่พลาดข่าวความเคลื่อนไหวทั่วโลก
ที่มา – ฟิลิปปินส์ “กังวลอย่างยิ่ง” เรือจีนชนกันเองในทะเลพิพาท ชี้เป็น “พฤติกรรมอันตราย”