ฟิลิปปินส์รับมือภัยพิบัติด้วย Go Bag ทุกครัวเรือน
ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่ต้องเผชิญภัยธรรมชาติหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ทั้งพายุไต้ฝุ่น แผ่นดินไหว ดินถล่ม ภูเขาไฟระเบิด และไฟไหม้ เนื่องจากเป็นประเทศหมู่เกาะที่มีมากกว่า 7,000 เกาะ ตั้งอยู่บนแนววงแหวนไฟแปซิฟิก และอยู่ในเส้นทางพายุสำคัญของภูมิภาค โดยมีพายุพัดผ่านเฉลี่ยประมาณ 16 ลูกต่อปี ดังนั้นการเตรียมพร้อมจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำเฉพาะเมื่อมีประกาศเตือนภัย แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของประชาชน
แนวทาง ฟิลิปปินส์รับมือภัยพิบัติด้วย Go Bag ทุกครัวเรือน สะท้อนให้เห็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน ตั้งแต่การเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินในบ้าน การซ้อมอพยพ ไปจนถึงการสำรองอาหารและสิ่งของจำเป็นไว้ในคลังทั่วประเทศ เป้าหมายสำคัญคือช่วยให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้รวดเร็ว และลดการพึ่งพาการขนส่งจากพื้นที่อื่นในช่วงวิกฤติ
ฟิลิปปินส์รับมือภัยพิบัติด้วย Go Bag ทุกครัวเรือน
นโยบายด้านภัยพิบัติของฟิลิปปินส์อยู่ภายใต้กฎหมายการลดความเสี่ยงและจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ พ.ศ. 2553 ซึ่งกำหนดให้มีสภาลดความเสี่ยงและจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ หรือ NDRRMC โดยมีสำนักงานป้องกันพลเรือน หรือ OCD เป็นหน่วยงานหลัก กฎหมายฉบับนี้ปรับแนวคิดจากการรอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปช่วยเหลือ มาเป็นการประเมินความเสี่ยงและลดผลกระทบล่วงหน้า
ความรับผิดชอบถูกกระจายไปยังหน่วยงานระดับจังหวัด เมือง และบารังไกย์ ซึ่งเป็นหน่วยปกครองระดับชุมชน ทำให้แต่ละพื้นที่สามารถวางแผนรับมือภัยที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของตนเองได้มากขึ้น เช่น พื้นที่ชายฝั่งอาจให้ความสำคัญกับพายุและคลื่นพายุซัดฝั่ง ขณะที่พื้นที่ภูเขาอาจเน้นการป้องกันดินถล่มและการอพยพประชาชน
ฟิลิปปินส์รับมือภัยพิบัติด้วย Go Bag ทุกครัวเรือนอย่างไร
หนึ่งในแนวคิดที่ถูกส่งเสริมอย่างจริงจังคือ “Go Bag” หรือกระเป๋ายังชีพฉุกเฉิน ภายใต้สโลแกน “Bida ang Handa” ซึ่งหมายถึงผู้ที่เตรียมพร้อมคือฮีโร่ หน่วยงานป้องกันพลเรือนรณรงค์ให้ทุกครอบครัวจัดกระเป๋าฉุกเฉินไว้ในจุดที่หยิบได้ง่าย และควรตรวจสอบสิ่งของภายในเป็นระยะ เพื่อให้พร้อมใช้งานเมื่อจำเป็น
Go Bag ไม่จำเป็นต้องเป็นกระเป๋าราคาแพง แต่ควรมีของที่ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวดำรงชีวิตได้ในช่วงแรกหลังเกิดเหตุ โดยเฉพาะช่วงที่ไฟฟ้า น้ำประปา การสื่อสาร หรือเส้นทางคมนาคมอาจขัดข้อง สิ่งของที่ควรเตรียม ได้แก่
- น้ำดื่มและอาหารพร้อมรับประทานที่เก็บได้นาน
- ยาประจำตัวและชุดปฐมพยาบาล
- ไฟฉาย ถ่านสำรอง วิทยุ และนกหวีด
- โทรศัพท์มือถือ สายชาร์จ และพาวเวอร์แบงก์
- เสื้อผ้าสำรอง ผ้าห่ม และอุปกรณ์สุขอนามัย
- เงินสดในจำนวนที่เหมาะสม
- สำเนาบัตรประชาชน เอกสารสำคัญ และรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉิน
เอกสารสำคัญควรบรรจุในถุงกันน้ำ และสมาชิกทุกคนควรรู้ว่ากระเป๋าเก็บอยู่ที่ใด หากมีเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือสัตว์เลี้ยงในบ้าน ก็ควรเตรียมสิ่งของให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละคนด้วย การทำรายการตรวจสอบจะช่วยให้ไม่ลืมยาหรืออุปกรณ์เฉพาะที่จำเป็น
รัฐฟิลิปปินส์สำรองเสบียงไว้ใกล้พื้นที่เสี่ยง
นอกจากการเตรียมพร้อมในระดับครัวเรือนแล้ว ฟิลิปปินส์ยังให้ความสำคัญกับการสำรองเสบียงของภาครัฐ โดยกระจายถุงยังชีพและสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปเก็บไว้ในคลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศ วิธีนี้ช่วยลดระยะเวลาการขนส่งเมื่อเกิดพายุ แผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิด และทำให้เจ้าหน้าที่สามารถส่งมอบความช่วยเหลือไปยังชุมชนได้เร็วขึ้น
กระทรวงสวัสดิการสังคมและการพัฒนาของฟิลิปปินส์มีถุงยังชีพสำหรับครอบครัวสำรองไว้เกือบ 5 ล้านชุด พร้อมสิ่งของจำเป็นที่ไม่ใช่อาหารอีกจำนวนมาก ถุงยังชีพแต่ละชุดมีข้าวสารประมาณ 6 กิโลกรัม อาหารกระป๋อง เช่น ซาร์ดีน คอร์นบีฟ และทูน่า รวมถึงกาแฟและเครื่องดื่มอื่น ๆ โดยคำนึงถึงความต้องการด้านโภชนาการของครอบครัว
ข้าวส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การอาหารแห่งชาติ หรือ NFA ก่อนส่งต่อไปยังคลังของกระทรวงสวัสดิการสังคมและการพัฒนา นอกจากนี้ยังมีการผลิตถุงยังชีพอย่างต่อเนื่องในศูนย์ภูมิภาคของลูซอนและวิซายัส เพื่อเติมสิ่งของให้คลังมีความพร้อมอยู่เสมอ
ซ้อมรับมือภัยพิบัติและสร้างความพร้อมในชุมชน
ฟิลิปปินส์จัดการซ้อมรับมือแผ่นดินไหวพร้อมกันทั่วประเทศเป็นประจำทุกไตรมาส โดยครอบคลุมโรงเรียน หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน การซ้อมช่วยให้ประชาชนคุ้นเคยกับขั้นตอนการป้องกันตัว การหมอบ กำบัง และยึดจับสิ่งของ รวมถึงการอพยพไปยังจุดปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุจริง ผู้คนจึงมีโอกาสตื่นตระหนกลดลงและสามารถตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น
ภาคเอกชนก็มีบทบาทสำคัญผ่านโครงการ “Buong Bansa Handa” หรือ “ทั้งประเทศพร้อม” ซึ่งส่งเสริมความร่วมมือกับห้างค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อสร้างเครือข่ายสำรองและจัดส่งอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นในช่วงวิกฤติ ความร่วมมือเช่นนี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับห่วงโซ่อุปทาน และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาคลังของรัฐเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมควรทำอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่การกักตุนจนทำให้สินค้าขาดตลาดหรือเกิดความตื่นตระหนก รัฐบาลฟิลิปปินส์จึงเตือนประชาชนให้สำรองสิ่งของตามความจำเป็น และมีกฎหมายควบคุมราคาสินค้าพื้นฐาน รวมถึงมาตรการห้ามกักตุนในพื้นที่ที่ประกาศภาวะภัยพิบัติ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญกับราคาสินค้าที่สูงเกินควร
บทเรียนจากฟิลิปปินส์ที่นำมาปรับใช้ได้
จุดเด่นของแนวทางฟิลิปปินส์คือการเชื่อมโยงการเตรียมพร้อมหลายระดับเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ครัวเรือน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปจนถึงรัฐบาลกลาง การมี Go Bag ช่วยให้ครอบครัวรับมือกับช่วงแรกของเหตุการณ์ได้ ส่วนคลังเสบียงที่กระจายอยู่ทั่วประเทศช่วยให้ภาครัฐส่งความช่วยเหลือได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้น
สำหรับครอบครัวทั่วไป ควรเริ่มจากการประเมินภัยที่มีโอกาสเกิดขึ้นในพื้นที่ เช่น น้ำท่วม พายุ หรือแผ่นดินไหว จากนั้นจัดทำแผนอพยพ กำหนดจุดนัดพบ และเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินให้เหมาะกับสมาชิกในบ้าน ควรตรวจสอบอาหาร ยา แบตเตอรี่ และเอกสารทุก 3-6 เดือน เพื่อเปลี่ยนของที่หมดอายุและเติมสิ่งของที่ขาด
แนวคิด ฟิลิปปินส์รับมือภัยพิบัติด้วย Go Bag ทุกครัวเรือน จึงไม่ได้หมายถึงการสะสมสิ่งของจำนวนมาก แต่คือการสร้างนิสัยเตรียมพร้อมอย่างเป็นระบบ หากทุกบ้านรู้ว่าต้องทำอะไรในช่วงฉุกเฉิน และทุกหน่วยงานมีแผนสำรองที่ชัดเจน สังคมก็จะผ่านวิกฤติได้อย่างมั่นคงมากขึ้น
เริ่มเตรียม Go Bag ของครอบครัวตั้งแต่วันนี้ ใช้ของที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ วางไว้ในจุดหยิบง่าย และชวนสมาชิกทุกคนซ้อมแผนอพยพร่วมกัน เพราะการเตรียมพร้อมล่วงหน้าเพียงเล็กน้อย อาจช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมากเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
ที่มา – ฟิลิปปินส์วางระบบรับมือภัยพิบัติ สำรองเสบียงชาติ มี “Go Bag” ทุกครัวเรือน
