‘ภูมิธรรม’ เผยคุยทูตสหรัฐ หารือภาษีนำเข้า-ปมชายแดนไทย-กัมพูชา
เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 26 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์ถึงการพบปะกับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยมีการหารือถึงประเด็นสำคัญ 2 ด้านหลัก ได้แก่ ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และ ปมชายแดนไทย-กัมพูชา
‘ภูมิธรรม’ เผยคุยทูตสหรัฐ หารือภาษีนำเข้า-ปมชายแดนไทย-กัมพูชา
ในการพบครั้งนี้ นายภูมิธรรม เปิดเผยว่า ทูตสหรัฐฯ ได้แจ้งว่าจะมีการพบกับนายพิชัย ชุนหวชิร รองนายกฯ และรัฐมนตรีการคลัง ในวันที่ 27 สิงหาคม เพื่อหารือรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อการค้าของไทย และฝ่ายไทยก็มองว่าความสัมพันธ์ที่ดีต่อเนื่องกันนี้ จะนำไปสู่ทางออกที่เป็นรูปธรรมและเป็นมิตร
ความร่วมมือระยะยาวกับสหรัฐฯ
นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงความร่วมมือที่ไทยและสหรัฐฯ พัฒนามาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การสนับสนุนจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้ความสนใจต่อบรรยกาศในภูมิภาคอาเซียน และแสดงความจำนงอยากเยือนประเทศไทยอีกด้วย เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคีในเชิงยุทธศาสตร์
“เราหวังว่าเมื่อฝ่ายสหรัฐฯ ได้เข้าใจวัฒนธรรมและระบบการเมืองของไทยมากขึ้น จะมีความร่วมมือในเรื่องต่างๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืนมากขึ้น” นายภูมิธรรม กล่าว
ปมชายแดนไทย-กัมพูชา
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในระหว่างการพูดคุยก็คือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยพล.อ. ภูมิธรรม ได้ชี้แจงถึงนโยบายของไทยที่ยืนยันบนหลักการ ‘สันติภาพ’ และ ‘กฎหมายระหว่างประเทศ’
“เราไม่อยากให้เรื่องนี้ขยายตัวจนกลายเป็นสงครามข่าวสาร เราอยากให้ทุกอย่างชัดเจนผ่านบทสนทนาและการเจรจาอย่างสุภาพ”
- ยืนยันหลักการแก้ปัญหาด้วยสาระทวิภาคี
- เน้นย้ำหลักอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน
- ต้องการให้ข้อมูลจากคณะกรรมการไอโอที (ผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว) ถูกส่งต่อให้คณะกรรมการระดับภูมิภาค (อาร์บีซี) และระดับนานาชาติ (จีบีซี) ต่อไป
เขายังระบุว่า การสนับสนุนจากทางสหรัฐฯ ต่อกระบวนการเจรจาแบบทวิภาคีนี้ ถือเป็นการช่วยให้การพูดคุยมีความโปร่งใสมากขึ้น และหากทั้งสองฝ่ายยังมุ่งไปที่ผลประโยชน์รวม ปัญหาก็จะสามารถหาทางออกที่เป็นปฏิบัติได้
ยกระดับความสัมพันธ์ในปีนี้
ภายหลังจากประชุมวุฒิสภาสหรัฐฯ ที่เยือนประเทศไทยเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ และลงพื้นที่ในอุบลราชธานี นายภูมิธรรม ว่า ทูตสหรัฐฯ แสดงความประทับใจในภูมิประเทศและเจตจำนงของประเทศไทยในการรักษาความสงบเรียบร้อยของดินแดน
นอกจากนี้ ยังมีแผนการพบกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ในวันถัดไป ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความสัมพันธ์กับมหาอำนาจในภูมิภาค เนื่องจากไทยมีแนวคิดในการดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบสมดุล
ด้านทูตสหรัฐฯ ยืนยันว่า หลังจากการหารือกับพล.อ. ภูมิธรรม รายการสนทนาจะถูกรายงานแบบตรงไปยังสำนักงานประธานาธิบดีทรัมป์ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่แสดงให้เห็นว่าการพูดคุยในครั้งนี้มีน้ำหนักในเชิงนโยบายของสหรัฐฯ เช่นกัน
ทั้งนี้ การพบปะในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในด้านการค้า การทูต และความมั่นคงในภูมิภาคที่อาจต่อยอดได้ในหลายมิติ การพัฒนาความสัมพันธ์ให้เข้มแข็งไปพร้อมกับการรักษาความสงบชายแดน คือกุญแจสำคัญสู่ความเจริญยั่งยืนของประเทศ