ยังไร้ข้อสรุป “แก้-ไม่แก้” สัญญาไฮสปีดสามสนามบิน ชู๊ด ครม.ตัดสินใจ

การประชุมหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาความล่าช้าของโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ยังคงไร้ข้อสรุป แม้ว่าทุกฝ่ายจะเห็นพ้องต้องกันถึงความสำคัญของโครงการนี้ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ร่วมประชุมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี, สำนักงานอัยการสูงสุด, การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด หรือกลุ่มซีพี โดยประเด็นหลักยังคงเป็นการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ ซึ่งเอกชนยังคงยืนยันที่จะขอแก้-ไม่แก้ สัญญาไฮสปีดสามสนามบิน และทางอีอีซีก็ไม่ได้ขัดข้อง แต่ขอให้โครงการสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม นายพิพัฒน์ยังคงแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสัญญาฯ โดยระบุว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายส่วน และตนไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้แก้หรือไม่ให้แก้-ไม่แก้ สัญญาไฮสปีดสามสนามบิน ซึ่งอัยการสูงสุดก็ไม่ได้ชี้ชัดในประเด็นนี้เช่นกัน แต่ให้ข้อมูลว่าในสัญญาที่ลงนามไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเหตุการณ์ เช่น ภัยธรรมชาติ โรคระบาด หรือสงคราม สามารถใช้เป็นเหตุในการแก้ไขสัญญาได้

ยังไร้ข้อสรุป “แก้-ไม่แก้” สัญญาไฮสปีดสามสนามบิน

ด้วยเหตุนี้ นายพิพัฒน์จึงเตรียมนำเรื่องนี้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาตัดสินใจ โดยได้มอบหมายให้ สกพอ. เร่งดำเนินการตามข้อสังเกตของสำนักงานอัยการสูงสุด และเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) พิจารณาภายในปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ก่อนเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป โดยตั้งเป้าว่าจะต้องได้ข้อสรุปก่อนยุบสภาในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569

ความกังวลต่อการแก้ไขสัญญาไฮสปีดสามสนามบิน

นายพิพัฒน์ยังแสดงความกังวลว่า การแก้ไขสัญญาฯ อาจเป็นตัวอย่างให้โครงการอื่นๆ ร้องขอแก้ไขสัญญาในภายหลัง และที่สำคัญคือ หากมีการแก้ไขสัญญาฯ จริง เอกชนรายอื่นๆ ที่เข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน อาจยื่นฟ้องร้องได้ ซึ่งประเด็นนี้ยังไม่มีการหารือในที่ประชุม

นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงข้อเสนอส่วนต่อขยายรถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน จากท่าอากาศยานอู่ตะเภาไปยังจังหวัดตราด ซึ่งนายพิพัฒน์ได้เสนอแนวคิดดังกล่าวในที่ประชุม แต่เอกชนยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ

ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ยืนยันความพร้อมที่จะเดินหน้าโครงการ และยอมรับว่าได้เตรียมความพร้อมแล้ว แต่ต้องหยุดชะงักไปนานหลายปี โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในช่วงกลางปี 2569 ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ครม. สำหรับประเด็นส่วนต่อขยายไปยังจังหวัดตราด บริษัทมีความสนใจ แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องพิจารณา คือ รูปแบบการลงทุน โดยหากเป็นการลงทุนแบบ PPP Net Cost อาจเป็นเรื่องยาก เพราะเอกชนรับความเสี่ยงด้านรายได้ทั้งหมด แต่หากเป็นการลงทุนแบบ PPP Gross Cost ที่ภาครัฐรับความเสี่ยงด้านรายได้และจ่ายค่าบริหารจัดการให้เอกชน ก็อาจดำเนินการได้ ทั้งนี้ คงต้องรอการพิจารณาข้อเสนอและเงื่อนไขที่ชัดเจนจากภาครัฐก่อนตัดสินใจลงทุน

ถึงแม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะยังไม่มีข้อสรุปเรื่องการแก้-ไม่แก้ สัญญาไฮสปีดสามสนามบิน แต่ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นที่จะหาทางออกเพื่อให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไปได้โดยเร็วที่สุด เพราะเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ที่มา – ยังไร้ข้อสรุป “แก้-ไม่แก้” สัญญาไฮสปีดสามสนามบิน ชู๊ด ครม. ตัดสินใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *