ยูเครนยอมรับ รัสเซียเคลื่อนทัพเข้าdsnิโปรเปตรอฟสก์
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซียกลับบานปลายอีกครั้ง เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ว่า กองกำลังยุทธการและยุทธศาสตร์ดินนิโปร ซึ่งเป็นหน่วยหนึ่งของกองทัพยูเครน ได้เปิดเผยว่า กองทัพรัสเซียได้เริ่มเคลื่อนกำลังเข้าสู่ภูมิภาคดนิโปรเปตรอฟสก์ ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของประเทศ แม้ว่าทางกองทัพยูเครนจะระบุว่าสามารถต้านทานการเคลื่อนกำลังของรัสเซียได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ถือเป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่า รัสเซียมีการเคลื่อนกำลังเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าวแล้ว
ยูเครนยอมรับ รัสเซียเคลื่อนทัพเข้าdsnิโปรเปตรอฟสก์
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลรัสเซียได้เปิดดำเนินการทางทหารอย่างหนักตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ “ดีปสเตต แมป” หนึ่งในแพลตฟอร์มรายงานข่าวของยูเครน เปิดเผยว่า กองทัพรัสเซียสามารถยึดครองหมู่บ้านในพื้นที่ดนิโปรเปตรอฟสก์ ได้แล้วอย่างน้อยสองแห่ง อย่างไรก็ตาม สำนักงานเสนาธิการกองทัพยูเครน ได้ออกมายืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง
รัสเซียอาจเพิ่มความกดดันในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม รัสเซียในขณะนี้ยังไม่ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่าสามารถยึดครองพื้นที่แดนdsnิโปรเปตรอฟสก์ ได้สำเร็จแต่อย่างใด ทว่าไม่ว่าจะเป็นไปได้เพียงใด การเคลื่อนกำลังครั้งนี้ถือเป็นการสร้างความสั่นสะเทือนอย่างมากต่อยูเครน เนื่องจากถือเป็นการขยายกำลังจากดินแดนที่รัสเซียควบคุมอยู่เดิมในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งรวมถึงแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์ ซึ่งถูกยึดครองมานานแล้ว
ท่าทีของรัสเซียครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากดินแดนทางตอนตะวันออกของยูเครนถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไขหลักของการเจรจาสันติภาพที่รัสเซียได้ตั้งไว้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำของรัสเซีย ได้ให้ข้อมูลกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการประชุมสุดยอดว่า หากรัฐบาลยูเครนยอม “สละ” พื้นที่ดอนบาส รัฐบาลของรัสเซียก็พร้อมที่จะ “แช่แข็ง” หรือหยุดยิงในแนวรบในพื้นที่ที่เหลือได้
ด้วยความกังวลที่เพิ่มขึ้นจากประชาชนและนานาชาติ การยอมรับอย่างเป็นทางการจากยูเครนถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า ขอบเขตของสงครามอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่dsnิโปรเปตรอฟสก์ รวมทั้งทั่วประเทศยูเครนต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างรุนแรง
สถานการณ์ในเวลานี้จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดทั้งจากฝั่งยูเครน รัสเซีย และนานาชาติที่เกี่ยวข้อง ว่าจะมีการตอบสนองเชิงกลยุทธ์หรือการประกาศทางการเมืองใด ๆ อีกหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่กระแสสงครามเย็นเริ่มกลับมาส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพโลกอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าการยอมรับครั้งนี้ของยูเครนอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าทางทหารที่รุนแรงยิ่งขึ้น และอาจกำหนดชะตากรรมทางภูมิศาสตร์ใหม่ในยุโรปตะวันออกในอนาคต
รัฐบาลและประชาชนโลกต้องหากลไกในการส่งเสริมการเจรจาอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้สงครามกลายเป็นเรื่องปกติในศตวรรษที่ 21 นี้
ที่มา – ยูเครนยอมรับ รัสเซียเริ่มเคลื่อนทัพเข้าภูมิภาคdsnิโปรเปตรอฟสก์