รถพ่วงหลับในชนการ์ดเรล สารเคมีรั่วกว่า 14 ตัน

เกิดเหตุระทึกบนถนนหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 หรือถนนบายพาสพัทยา-ชลบุรี ช่วงตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังรถบรรทุกพ่วง 10 ล้อเกิดเสียหลักพุ่งชนการ์ดเรล จนทำให้ระบบลำเลียงสารเคมีได้รับความเสียหายและมีสารเคมีอันตรายรั่วไหลออกมาเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากสารเคมีดังกล่าวมีฤทธิ์กัดกร่อนสูงและอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

รถพ่วงหลับในชนการ์ดเรล สารเคมีรั่วกว่า 14 ตัน

ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุ ก่อนประสานตำรวจ สภ.บางละมุง ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยเข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วง 10 ล้อ หมายเลขทะเบียน 70-3589 ชลบุรี จอดอยู่บริเวณข้างทางในสภาพได้รับความเสียหาย โดยรถคันดังกล่าวมีป้ายระบุว่าเป็นรถขนส่งวัตถุอันตรายประเภทกรดไฮดรอลิกหรือสารกัดกร่อน

แรงชนทำให้เพลาล้อหลังของรถหักและฟาดเข้ากับท่อลำเลียงสารเคมีจนแตกเสียหาย สารเคมีที่อยู่ภายในถังซึ่งมีปริมาณมากกว่า 14 ตันจึงไหลทะลักออกมาและกระจายไปทั่วบริเวณ กลุ่มควันและละอองสารเคมีปกคลุมพื้นที่ถนน ส่งผลให้รถที่ผ่านไปมาต้องลดความเร็วลงเพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ต้องรีบควบคุมพื้นที่และแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงจุดเกิดเหตุ

รถพ่วงหลับในชนการ์ดเรล ทำสารเคมีฟุ้งกระจาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบว่าสารเคมีมีฤทธิ์กัดกร่อนและสามารถสร้างอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง และดวงตาได้ การเข้าปฏิบัติงานจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม และวางแนวกั้นเพื่อไม่ให้ประชาชนหรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้บริเวณที่มีการรั่วไหล

เนื่องจากท่อลำเลียงสารเคมีได้รับความเสียหายอย่างหนัก จึงไม่สามารถปิดวาล์วเพื่อหยุดการรั่วไหลได้ทันที เจ้าหน้าที่จึงใช้น้ำฉีดหล่อเลี้ยงและสกัดไม่ให้สารเคมีกระจายตัวเป็นวงกว้าง รวมถึงพยายามลดการฟุ้งกระจายของไอสารเคมีในอากาศ อย่างไรก็ตาม การใช้น้ำในเหตุการณ์ลักษณะนี้ต้องดำเนินการอย่างเหมาะสมและอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญ เพราะสารเคมีแต่ละชนิดอาจมีปฏิกิริยาแตกต่างกัน

คนขับเผยมีอาการวูบก่อนเกิดเหตุ

นายบุญเชิด ศิลา อายุ 53 ปี คนขับรถบรรทุก ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถบรรทุกสารเคมีเพื่อเดินทางไปส่งสินค้าในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างขับรถมาถึงบริเวณดังกล่าว เกิดอาการวูบและหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนข้างทาง ท้ายรถฟาดเข้ากับการ์ดเรล และทำให้ท่อลำเลียงสารเคมีแตกจนเกิดการรั่วไหลจำนวนมาก

หลังเกิดเหตุ คนขับได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือและควบคุมสถานการณ์ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากสารเคมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ผู้ขับขี่ที่ต้องผ่านเส้นทาง และเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในพื้นที่

ข้อควรระวังเมื่อพบเหตุสารเคมีรั่วไหล

เหตุรถพ่วงหลับในชนการ์ดเรลครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการขนส่งวัตถุอันตรายบนถนนสายหลัก หากพบเห็นอุบัติเหตุที่มีสารเคมีรั่วไหล ประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ และไม่ควรพยายามเข้าไปช่วยเหลือด้วยตัวเองหากไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน
  • อยู่เหนือลมและอยู่ห่างจากกลุ่มควัน เพราะไอสารเคมีอาจระคายเคืองหรือเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
  • ปิดกระจกรถและระบบปรับอากาศ หากต้องขับรถผ่านบริเวณใกล้เคียง พร้อมลดความเร็วและทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่
  • แจ้งเหตุผ่านหน่วยงานฉุกเฉิน โดยระบุจุดเกิดเหตุ ลักษณะรถ และป้ายวัตถุอันตรายเท่าที่สังเกตได้
  • หากสัมผัสสารเคมี ควรรีบออกจากพื้นที่ ล้างบริเวณที่สัมผัสด้วยน้ำสะอาด และพบแพทย์โดยเร็ว

นอกจากการจัดการสารเคมีแล้ว อุบัติเหตุครั้งนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับรถบรรทุกและผู้ใช้รถทุกคนให้ความสำคัญกับการพักผ่อน หากเริ่มมีอาการง่วงหรือรู้สึกวูบ ควรจอดรถในจุดที่ปลอดภัยและพักทันที ไม่ควรฝืนขับต่อ เพราะเพียงเสี้ยววินาทีที่หลับในอาจทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง

ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวจนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย เหตุการณ์รถพ่วงหลับในชนการ์ดเรลยังย้ำว่า การขับขี่อย่างมีสติ การพักผ่อนให้เพียงพอ และการปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย คือสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงบนท้องถนนได้มากที่สุด

หากต้องเดินทางผ่านเส้นทางบายพาสพัทยา-ชลบุรีในช่วงนี้ ควรตรวจสอบสภาพการจราจรล่วงหน้าและเผื่อเวลาเดินทาง พร้อมเคารพแนวกั้นของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – ระทึก! คนขับรถพ่วงหลับในชนการ์ดเรล สารเคมีอันตรายรั่วไหลกว่า 14 ตัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *