รมช.กลาโหมประณามเขมรกระทำไร้มนุษยธรรม
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งหลังจากมีเหตุการณ์ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างที่ทหารไทยกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในเขตแดนไทย โดยทุ่นระเบิดสังหารบุคคลซึ่งเป็นของฝ่ายกัมพูชา ได้ก่อให้เกิดอันตรายแก่ทหารไทย
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การกระทำนี้เป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศไทย และยังเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม และไม่มีความเหมาะสมใด ๆ รวมทั้งต้องถูกประณามอย่างหนัก นอกจากนี้ ยังได้ยืนยันว่าจะดูแลและเยียวยาทหารที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการรักษาพยาบาลและการให้ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม
รมช.กลาโหมประณามเขมรกระทำไร้มนุษยธรรม
พลเอกณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และเป็นผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ผอ.ศบ.ทก.) ตนยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะทำงานอย่างเต็มความสามารถเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างเด็ดขาด
มองข้ามอันตรายไม่ได้
“เราไม่อาจมองข้ามเหตุการณ์แบบนี้ได้เลย เพราะนี่คือการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมจากฝ่ายกัมพูชาที่ส่งผลให้ทหารเราได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งเราขอเรียกร้องต่อประชาคมโลกเพื่อมาช่วยกดดันรัฐบาลกัมพูชา ให้ดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างเร่งด่วน และให้ความร่วมมือกับประเทศไทยอย่างจริงจัง” รมช.กลาโหมกล่าวอย่างหนักแน่น
- การกระทำนี้เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
- ทหารไทยได้รับบาดเจ็บโดยไม่สมควร
- ต้องมีการปฏิบัติตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาออตตาวา
การประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชา โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมไม่ใช่เพียงแค่การออกมาแสดงความเสียใจ แต่เป็นการเตือนสติอย่างลึกซึ้งว่าหากเหตุการณ์เช่นนี้ยังคงเกิดขึ้นอีก จะส่งผลให้ความสัมพันธ์ของประเทศไทยและกัมพูชายิ่งบ่อนทำลายมากขึ้น แม้ในเวลานี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะไม่ได้สู้ดีนัก แต่ความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาความสงบสุขของประชาชนทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงมีบทบาทในเวทีนานาชาติเพื่อเรียกร้องให้กัมพูชาให้ความช่วยเหลืออย่างแท้จริงในการจัดการกับปัญหาดินแดนและการรักษาความปลอดภัยของพรมแดน โดยเฉพาะการร่วมมือในการกำจัดวัตถุระเบิดที่ยังคงซ่อนเร้นอยู่ในพื้นที่ชายแดน
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลไทยต้องเร่งดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ทหารและพลเมืองตกเป็นเหยื่อจากการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมของฝ่ายตรงข้าม หากไม่มีการตัดวงจรการปล่อยทุ่นระเบิดไว้ในพื้นที่ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอาจไม่มีวันสิ้นสุด
เป็นเวลาหลายปีที่ประเทศไทยพยายามจัดการกับปัญหาความสัมพันธ์กับกัมพูชาอย่างสุภาพ โดยหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถแก้ปัญหาผ่านการเจรจาอย่างสงบ อย่างไรก็ตาม หากการใช้ความรุนแรงและทรยศยังคงเกิดขึ้น ก็เป็นภารกิจของประเทศไทยที่จะต้องสู้เพื่อยืนหยัดและปกป้องประเทศชาติอย่างไม่ถอยถอย
บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของประชาชนไทย ความซื่อสัตย์ต่อแนวคิดแห่งสันติภาพ และการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ มิวายมองข้ามความอุ่นใจของประชาชนและพลทหาร ที่อาจต้องเสี่ยงชีวิตในทุก ๆ วันต่อไป
หากคุณเห็นว่าเหตุการณ์นี้ควรได้รับการเรียกร้องให้หยุด และควรให้ความสำคัญมาก ๆ กับการแก้ปัญหาอย่างมีระบบ อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้เพื่อให้ทุกคนได้ตื่นตัวและร่วมผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก