รวมพลรักษ์พะยูนคืนถิ่น ในวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ 2568
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมของทุกปี ถือเป็นวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติซึ่งหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้จัดกิจกรรมสำคัญระลึกถึงการเสียชีวิตของพะยูนชื่อดัง “มาเรียม” เพื่อกระตุ้นให้สังคมให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พะยูนในประเทศไทย ปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “รักษ์พะยูนคืนถิ่นเลตรัง” แสดงให้เห็นถึงเป้าหมายในการฟื้นฟูประชากรและความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งทะเล.
วันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ 2025
ในการจัดงานวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ 2568 นี้ นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของพะยูนต่อสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง ระบุว่า ปัจจุบันสถานภาพของประชากรพะยูนในไทยเหลือเพียงไม่ถึง 130 ตัว โดยเฉพาะในทะเลอันดามันมีเพียง 114 ตัว และจังหวัดตรังถือเป็นพื้นที่ที่มีประชากรพะยูนหนาแน่นที่สุด ทั้งนี้ เพราะมีแหล่งหญ้าทะเลที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยและแหล่งอาหารจำนวนมาก.
เหตุใดจึงต้องรักษ์พะยูน?
พะยูนถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล และเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าสงวนตามกฎหมายไทย พะยูนมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล การสูญพันธุ์ของพะยูนอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อาหารในทะเลได้อย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม รายงานจาก IUCN (สหภาพสากลเพื่อการอนุรักษ์) ระบุว่า พะยูนในปัจจุบันถูกจัดให้อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ด้วยเหตุผลเช่น การลดลงของหญ้าทะเล การถูกเรือโจมตี และมลพิษในแหล่งน้ำ ทำให้แต่ละปีมีพะยูนเสียชีวิตจำนวนมาก
สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้เปิดเผยว่า ในระหว่างปี 2562 ถึง 2568 มีพะยูนเกยตื้นถึง 176 ตัว โดย28 เปอร์เซ็นต์เสียชีวิตจากการเกี่ยวข้องกับเรือ เร่งให้หน่วยงานต้องเร่งกำหนดมาตรการเชิงรุกในการป้องกัน
มาตรการอนุรักษ์ที่เข้มข้นเพื่อฟื้นฟูประชากรพะยูน
- ฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พะยูนมาหาอาหาร
- ควบคุมกิจกรรมมนุษย์ เช่น จำกัดความเร็วเรือในพื้นที่สำคัญ
- ระบบเฝ้าระวังพะยูนเกยตื้นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- เฝ้าระวังปัจจัยด้านสุขภาพ เช่น ตรวจวินิจฉัยโรคในพะยูน และพัฒนาอาหารทดแทนในกรณีเกิดภาวะขาดแคลน
นอกจากนี้ นักวิจัยอย่างนายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ได้ระบุอีกว่า “พะยูนมีอัตราการเพิ่มจำนวนได้น้อยมาก เพียงร้อยละห้าต่อปี ถ้าจำนวนลดลงครึ่งหนึ่ง จะต้องใช้เวลานานกว่า 15 ปีกว่าจะกลับมาสู่ระดับเดิม”
พันธมิตรชุมชนร่วมปกป้องพะยูนของเรา
ในการอนุรักษ์อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงชุมชนท้องถิ่น โรงเรียน และอาสาสมัคร เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ให้แพร่หลาย ทั้งในรูปของการจัดกิจกรรม เสนอแนวทาง หรือมีส่วนร่วมในโครงการฟื้นฟูถิ่นอาศัย
“การที่พะยูนกลับมาคืนถิ่นในบางพื้นที่ คือสัญญาณว่าความพยายามอนุรักษ์กำลังให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่การรักษาสมดุลของประชากรยังคงต้องการความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง” นายนายปิ่นสักก์ กล่าวในงานวันอนุรักษ์
หากเราไม่ช่วยกันในตอนนี้ ลูกหลานอาจจะไม่ได้เห็นพะยูนเป็นมิตรสีน้ำเงินในทะเลอีกต่อไป แต่จะต้องค้นหาข้อมูลเหล่านี้เพียงจากรูปถ่ายและหนังสือเท่านั้น
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์พะยูนให้กลับคืนสู่ทะเลไทยอย่างยั่งยืน เพราะการอนุรักษ์ไม่ใช่เพียงหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ แต่ต้องเริ่มจากการใส่ใจในชีวิตประจำวันของเราทุกคน
ที่มา – ‘กรมทะเล’จัดงานวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ 2568 รำลึก ‘มาเรียม’





