รอตรวจสอบ! ‘รอง ผบก.ป.’ ชี้คดี ‘หมอบี’ ส่อผิดฉ้อโกง
คดีที่ว่าด้วย นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือที่หลายคนรู้จักในนาม ‘หมอบี’ ที่เพิ่งถูกสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงกว้าง โดยตัวนายเสกสันน์ได้ให้สัมภาษณ์หลังถูกสอบสวนเป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง ว่าตนเองไม่มีเจตนาในการฉ้อโกงเงินบริจาคแต่อย่างใด และระบุว่าได้นำเงินบริจาคทั้งหมดไปมอบให้กับ หลวงพ่ออลงกต อย่างครบถ้วน
รอตรวจสอบ! ‘รอง ผบก.ป.’ ชี้คดี ‘หมอบี’ ส่อผิดฉ้อโกง
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บัญชาการกองบังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานมากขึ้น และหลักฐานบางส่วนชี้ให้เห็นว่านายเสกสันน์เข้าข่าย ฉ้อโกง อย่างแท้จริง แม้ว่าตัวเขาจะอ้างว่าเงินที่หายไปถูกใช้ไปกับโครงการต่าง ๆ ของวัด เช่น ทุนนักเรียนนอก และโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือ
ข้อมูลใหม่จากการสอบปากคำพยาน
หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่เพิ่งได้รับการยืนยันคือ การสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้มีแล้วกว่า 20 คน ทั้งจากฝั่งของนายเสกสันน์ รวมไปถึงพยานที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งพยานบางรายให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกับคำให้การของนายเสกสันน์ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินของวัด
นอกจากนี้ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญในคดีนี้ ได้ให้การเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่ และแสดงความเต็มใจที่จะร่วมมือในการตรวจสอบ พร้อมระบุว่าต้องการทราบความจริงเกี่ยวกับ เงินบริจาคที่หายไป โดยในเอกสารบางฉบับที่มีลายเซ็นของหลวงพ่อ แสดงให้เห็นว่าเขามีส่วนรับรู้กับการใช้จ่ายเงินบางส่วน แต่ก็มีบางส่วนที่ข้อมูลไม่ครบถ้วน
ในส่วนของทรัพย์สินส่วนบุคคลของนายเสกสันน์ รวมถึงรถยนต์หรูที่เพิ่งถูกตรวจสอบพบ นั้น นายเสกสันน์ได้ให้การว่าเป็นทรัพย์สินที่วัดเป็นผู้ครอบครองอย่างถูกต้อง แต่มีบางประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากชื่อผู้จดทะเบียนถือครองสินทรัพย์ดังกล่าวปรากฏว่าเป็นเครือญาติของนายเสกสันน์ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสในระยะต่อไป
ที่ดินของวัดยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
อีกหนึ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้คือ รายงานที่ว่า ที่ดินของวัด ซึ่งมีพื้นที่กว่า 2,326 ไร่ มีการจดทะเบียนในนามของบุคคลภายนอกและนิติบุคคลอื่น ทั้งที่ควรเป็นของวัดตามกฎหมาย ทางกองบังคับการปราบปรามได้แจ้งความร่วมมือกับ บก.ปปป. เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อมูลในส่วนนี้ โดยเน้นว่าหากพบการทุจริตในภาครัฐ จะมีการเปิดเผยอย่างเป็นระบบ
คดีของนายเสกสันน์ หรือ ‘หมอบี’ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของบุคคล แต่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาโครงสร้างการบริหารจัดการทางการเงินของวัดในประเทศไทยมากที่สุด ยิ่งเมื่อพิจารณาว่าผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับคดีต่างก็เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม จึงถือเป็นกรณีศึกษาเบื้องต้นที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า การสอบสวนในคดี ‘หมอบี’ นี้ยังมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ทั้งในด้านการตรวจสอบพยานหลักฐานและความเชื่อมโยงของทรัพย์สิน ซึ่งอาจมีการพิสูจน์ความผิดในระดับ уголовอย่างชัดเจนในอนาคต
ที่มา – รอตรวจสอบ! ‘รอง ผบก.ป.’ ชี้คดี ‘หมอบี’ ส่อผิดฉ้อโกง สอบพยานแล้วกว่า 20 ปาก