ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญ หารือปม ‘ภูมิธรรม-ทวี’ ถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

ล่าสุด กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้ปรึกษาหารือในคดีร้องขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม โดยมีประเด็นว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม และของพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรียุติธรรม นั้น สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) และมาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับความผิดคดีพิเศษในการแทรกแซงหรือครอบงำ กกต.

ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญ หารือปม ‘ภูมิธรรม-ทวี’ ถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

การร้องเรียนระบุว่า ทั้งสองท่านมีมติเห็นชอบให้นำดีเอสไอเข้าสืบสวนสอบสวนผู้สมัคร ส.ว. ในลักษณะที่อาจเป็นการกดดัน และใช้อำนาจหน่วยงานของรัฐเพื่อแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนหลักการแบ่งแยกอำนาจและหลักนิติธรรม ทำให้มีความเห็นต่างกันในวงสังคมการเมือง และต้องนำมารอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ

กำหนดการพิจารณาล่าสุด

ตามรายงาน ศาลรัฐธรรมนูญได้เห็นพ้องให้เรียกพยานบุคคลและพยานเอกสารเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง โดยกำหนดให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นบันทึกและหลักฐานภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ซึ่งล่าสุดวันที่ 9 กันยายนถือเป็นวันครบกำหนด ทำให้เป็นที่จับตามองว่า ข้อมูลที่ได้จะเป็นเพียงพอสำหรับศาลตัดสิน หรือจำเป็นต้องเรียกพยานเพิ่มเติม

  • วันที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญ: 13 ส.ค. 2567
  • กำหนดยื่นข้อมูลจากพยาน: ภายใน 15 วัน
  • ครบกำหนดยื่นข้อมูล: 9 ก.ย. 2567
  • วันประชุมนัดถัดไป: 10 ก.ย. 2567

คำถามสำคัญคือ ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญ หารือปม ‘ภูมิธรรม-ทวี’ ถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้ว สว. ในทางที่เป็นธรรมและยุติธรรมเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อผู้ถูกร้องยังดำรงตำแหน่งสำคัญในภาครัฐ ขณะเดียวกันสถานการณ์ทางการเมืองยังเปลี่ยนแปลงในช่วงจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการพิจารณาในอนาคต

ทั้งนี้ ในวันที่ 10 กันยายนนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมเพื่ออภิปรายและอ่านคำวินิจฉัยอีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับรัฐสภาและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผลต่อการเมืองในระบบรัฐสภาในระดับกว้าง หากศาลมีแนวโน้มออกกฎเกณฑ์ที่เป็นรูปธรรม จะช่วยเสริมความโปร่งใสในกระบวนการทางการเมืองในอนาคต

สถานการณ์นี้ยังเป็นจุดสนใจของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ติดตามระบบประชาธิปไตย การตัดสินใจของศาลในครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างสำคัญของหลักนิติธรรม และความเสมอภาคของกฎหมายในระดับสูงสุด หากศาลวินิจฉัยว่ามีการแทรกแซงอย่างที่ร้องเรียน อาจส่งผลต่อการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารในอนาคต และช่วยสร้างสมดุลของอำนาจในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง

หากคุณเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ต้องการความยุติธรรม ควรติดตามผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของสถาบันหลักของรัฐ

ที่มา – ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญ หารือปม ‘ภูมิธรรม-ทวี’ถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *