วันกินเจ…แต่ทำไมปีนี้เหงาผิดหูผิดตาเจาะสาเหตุที่คนเมิน?

เทศกาลกินเจปี 2569 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นระหว่างวันที่ 10-18 ตุลาคม แต่บรรยากาศก่อนเทศกาลกลับเงียบเหงากว่าหลายปีที่ผ่านมา แม้ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านอาหาร และแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ยังคงออกเมนูเจและจัดกิจกรรมเพื่อรับกระแส แต่ภาพรวมกลับไม่คึกคักเหมือนเดิม หลายคนจึงตั้งคำถามว่า วันกินเจ…แต่ทำไมปีนี้เหงาผิดหูผิดตาเจาะสาเหตุที่คนเมิน?

วันกินเจ…แต่ทำไมปีนี้เหงาผิดหูผิดตาเจาะสาเหตุที่คนเมิน?

คำตอบสำคัญอาจสะท้อนจากผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจ ปี 2569 โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งพบว่าคนไทยที่วางแผนกินเจมีเพียง 32% ลดลงจนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี ขณะที่คนไทยถึง 68% ระบุว่าไม่ได้กินเจในปีนี้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทั้งภาวะเศรษฐกิจ ความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม และความรู้สึกของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน

วันกินเจ…แต่ทำไมปีนี้เหงาผิดหูผิดตาเจาะสาเหตุที่คนเมิน? เพราะเศรษฐกิจมีผล

สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนไม่กินเจคือเศรษฐกิจไม่ดี คิดเป็น 25.8% หลายครอบครัวต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายประจำวันล้วนเพิ่มภาระให้กับผู้บริโภค เมื่ออาหารเจบางประเภทมีราคาสูงกว่าอาหารทั่วไป ผู้คนจึงเลือกซื้ออาหารที่คุ้นเคยและควบคุมงบประมาณได้ง่ายกว่าแทน

นอกจากเรื่องรายได้แล้ว ราคาอาหารเจก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้คนลังเล โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจ 11.3% ระบุว่าอาหารเจแพง ขณะที่บางคนมองว่าอาหารเจสำเร็จรูปหลายเมนูใช้วัตถุดิบที่มีต้นทุนสูง เช่น โปรตีนเกษตร เห็ด ถั่ว และผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์ ทำให้ราคาต่อจานไม่ได้ถูกกว่าที่คาดหวัง

เหตุผลที่คนไทยเมินการกินเจในปีนี้

เมื่อพิจารณาเหตุผลอื่น ๆ จะเห็นว่าการกินเจไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่ยังผูกกับวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมของแต่ละคนด้วย หลายคนบอกว่าที่บ้านไม่มีใครกินเจ คิดเป็น 12.3% จึงไม่รู้สึกว่าต้องปรับเปลี่ยนเมนูอาหาร ขณะที่ 10.7% ไม่ได้ตั้งใจจะกินเจ และอีก 10.7% ไม่กินเจเป็นประจำอยู่แล้ว

  • เศรษฐกิจไม่ดี 25.8%
  • ที่บ้านไม่มีใครกิน 12.3%
  • อาหารเจมีราคาสูง 11.3%
  • ไม่ได้ตั้งใจจะกินเจ 10.7%
  • ไม่กินเจทุกปีอยู่แล้ว 10.7%
  • กลัวอ้วน 5.3%
  • กังวลเรื่องรสชาติ 5%
  • หาซื้ออาหารเจได้ยาก 4.7%

ประเด็นเรื่องสุขภาพก็มีส่วนเช่นกัน แม้หลายคนเชื่อว่าการกินเจช่วยลดการบริโภคเนื้อสัตว์และทำให้ร่างกายรู้สึกเบาสบาย แต่บางคนกังวลว่าอาหารเจอาจมีแป้ง น้ำมัน หรือโซเดียมสูง โดยเฉพาะเมนูทอดและอาหารแปรรูป หากเลือกกินโดยไม่ดูส่วนประกอบ ก็อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มหรือได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนได้

คนที่ยังกินเจมองเทศกาลนี้อย่างไร

แม้จำนวนคนกินเจจะลดลง แต่ยังมีคนอีกไม่น้อยที่ตั้งใจรักษาธรรมเนียมนี้ต่อไป เหตุผลอันดับหนึ่งคือการตั้งใจทำบุญ คิดเป็น 19.7% สะท้อนว่าการกินเจยังเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธาและการฝึกตนของหลายครอบครัว รองลงมาคือการกินเฉพาะช่วงเทศกาล 18.3% ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสในการปรับพฤติกรรมและทำสิ่งดี ๆ ให้กับตัวเอง

  • ตั้งใจทำบุญ 19.7%
  • กินเฉพาะช่วงเทศกาล 18.3%
  • ต้องการลดการกินเนื้อสัตว์ 15.4%
  • มีอาหารแจกที่โรงเจ 10.4%
  • ต้องการดูแลสุขภาพ 10.2%
  • สืบทอดวัฒนธรรม 8.6%
  • มองว่าอาหารเจมีคุณค่าทางอาหาร 6.2%
  • ทำตามคนรอบข้าง 5.8%
  • ชื่นชอบรสชาติอาหารเจ 4.9%
  • กินเจเป็นประจำอยู่แล้ว 0.5%

ข้อมูลนี้บอกได้ว่าการกินเจยังไม่หายไป แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบจากกิจกรรมที่คนจำนวนมากทำพร้อมกัน มาเป็นทางเลือกส่วนบุคคลมากขึ้น บางคนอาจเลือกกินเจเพียงบางมื้อ ลดเนื้อสัตว์ในบางวัน หรือเน้นอาหารจากพืชโดยไม่ยึดติดกับกฎของเทศกาลทั้งหมด การปรับตัวเช่นนี้ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าสามารถดูแลสุขภาพและทำตามความเชื่อได้อย่างยืดหยุ่น

ธุรกิจอาหารควรปรับตัวรับเทศกาลกินเจ

สำหรับร้านอาหารและผู้ประกอบการ เทศกาลกินเจปีนี้อาจเป็นสัญญาณให้กลับมาทบทวนกลยุทธ์มากขึ้น ผู้บริโภคต้องการอาหารที่ราคาเข้าถึงง่าย อร่อย และมีข้อมูลโภชนาการชัดเจน เมนูเจไม่ควรจำกัดอยู่แค่ผัดหมี่ เต้าหู้ทอด หรืออาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์เท่านั้น แต่ควรเพิ่มเมนูที่หลากหลาย ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น และลดการใช้น้ำมันหรือเครื่องปรุงรสที่มากเกินไป

การทำโปรโมชั่นแบบพอดี การจัดชุดอาหารสำหรับครอบครัว และการขายผ่านช่องทางออนไลน์อาจช่วยให้คนเข้าถึงอาหารเจได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันร้านค้าควรสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่าเมนูมีส่วนประกอบอะไร เหมาะกับผู้แพ้อาหารหรือผู้ควบคุมน้ำหนักหรือไม่ เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้มากกว่าการโฆษณาเพียงอย่างเดียว

สรุปแล้ว คำถามว่า วันกินเจ…แต่ทำไมปีนี้เหงาผิดหูผิดตาเจาะสาเหตุที่คนเมิน? ไม่ได้มีคำตอบเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งเศรษฐกิจ ราคาอาหาร ความคุ้นเคยของครอบครัว และมุมมองต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม เทศกาลกินเจยังคงมีคุณค่าทางวัฒนธรรมและจิตใจ การกินเจอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนทุกอย่างในทันที แค่เลือกกินอย่างพอดี ใส่ใจคุณภาพอาหาร และเคารพความเชื่อของผู้อื่น ก็สามารถทำให้เทศกาลนี้มีความหมายได้เช่นกัน

หากปีนี้คุณยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะกินเจหรือไม่ ลองเริ่มจากเมนูง่าย ๆ สักหนึ่งมื้อ แล้วเลือกอาหารที่สมดุลและเหมาะกับงบประมาณของตัวเอง เพราะหัวใจของเทศกาลไม่ได้อยู่ที่การทำตามกระแส แต่อยู่ที่ความตั้งใจดีและการดูแลทั้งร่างกายกับจิตใจ

ที่มา – วันกินเจ…แต่ทำไมปีนี้เหงาผิดหูผิดตาเจาะสาเหตุที่คนเมิน?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *