สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และรถไฟฟ้าสายสีแดง
วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของวงการคมนาคมไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ พร้อมรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอย่างเป็นทางการ ณ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีการจัดนิทรรศการวิวัฒน์รถไฟไทย เพื่อสะท้อนพัฒนาการของระบบรางไทยและทิศทางการเดินทางในอนาคต
สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และรถไฟฟ้าสายสีแดง
สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เป็นศูนย์กลางการเดินทางทางรางขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญต่อกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบ การเปิดใช้งานสถานีแห่งนี้ช่วยเชื่อมต่อรถไฟฟ้าชานเมือง รถไฟทางไกล รถไฟฟ้าใต้ดิน และระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่นเข้าด้วยกัน ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น และช่วยลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ–ตลิ่งชัน ระยะที่ 1 ว่า นครวิถี ซึ่งหมายถึงเส้นทางของเมือง ขณะที่เส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ–รังสิต ระยะที่ 1 ได้รับพระราชทานชื่อว่า ธานีรัถยา ซึ่งมีความหมายเกี่ยวกับเส้นทางของเมืองเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสถานีกลางบางซื่อเป็น สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งมีความหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองยิ่งแห่งกรุงเทพมหานคร ชื่อนี้สะท้อนความตั้งใจให้สถานีเป็นศูนย์กลางการเดินทางและเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
จุดเด่นของสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และรถไฟฟ้าสายสีแดง
รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2564 ก่อนเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์และจัดเก็บค่าโดยสารในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 โครงการใช้งบลงทุนก่อสร้างประมาณ 96,868 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 50,000 คนต่อวัน และเคยมีจำนวนผู้โดยสารสูงสุด 61,216 คน-เที่ยว
สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เปิดให้บริการพร้อมรถไฟฟ้าสายสีแดงในปี 2564 และเริ่มรองรับรถไฟทางไกลเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2566 โดยรถไฟสายใต้ สายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือได้ย้ายการให้บริการจากสถานีกรุงเทพ หรือสถานีหัวลำโพง มายังสถานีแห่งนี้
สถานีมีพื้นที่อาคารรวมประมาณ 298,200 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนพื้นที่ดินกว่า 2,475 ไร่ และมีพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารหลักประมาณ 274,192 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดราว 624,000 คนต่อวัน จึงนับเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เตรียมรองรับการเดินทางของคนไทยในระยะยาว
- ชั้นใต้ดิน เป็นพื้นที่จอดรถยนต์ รองรับได้ประมาณ 1,700 คัน และเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางซื่อ
- ชั้นที่ 1 เป็นโถงพักคอย จุดจำหน่ายตั๋ว ร้านค้า พื้นที่พาณิชยกรรม และจุดเชื่อมต่อกับรถโดยสารประจำทาง
- ชั้นที่ 2 เป็นโถงผู้โดยสารและชานชาลาสำหรับรถไฟทางไกลจำนวน 12 ชานชาลา
- ชั้นที่ 3 เป็นชานชาลาสำหรับรถไฟชานเมืองสายสีแดงจำนวน 12 ชานชาลา และเตรียมรองรับรถไฟความเร็วสูงในอนาคต
การออกแบบสถานีให้รองรับระบบขนส่งหลายรูปแบบในพื้นที่เดียว ช่วยให้ผู้โดยสารเปลี่ยนเส้นทางได้สะดวกขึ้น ทั้งยังสนับสนุนการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังปริมณฑลและภูมิภาคต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ ผู้โดยสารสามารถวางแผนการเดินทางโดยเชื่อมต่อรถไฟชานเมืองกับรถไฟทางไกล รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถโดยสารสาธารณะได้ง่ายกว่าเดิม
ในมุมของการพัฒนาเมือง สถานีแห่งนี้ยังมีส่วนช่วยกระจายความเจริญออกจากพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ลดปัญหาการจราจร และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่รอบนอกเข้าถึงแหล่งงาน สถานศึกษา และบริการต่าง ๆ ได้สะดวก การลงทุนด้านระบบรางจึงไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการเติบโตของเมือง
การเสด็จฯ ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และรถไฟฟ้าสายสีแดง จึงเป็นภาพสะท้อนของความก้าวหน้าด้านคมนาคมไทยอย่างชัดเจน จากโครงการที่เริ่มต้นเพื่อรองรับการเดินทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล วันนี้ได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางระบบรางที่เชื่อมต่อผู้คนจากหลายพื้นที่เข้าด้วยกัน
สำหรับประชาชนที่กำลังวางแผนเดินทาง ควรตรวจสอบตารางเวลา จุดเชื่อมต่อ และเงื่อนไขการใช้บริการล่วงหน้า การเลือกใช้รถไฟฟ้าชานเมืองเป็นประจำไม่เพียงช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบคมนาคมที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และรถไฟฟ้าสายสีแดงจึงไม่ใช่เพียงสถานีหรือเส้นทางรถไฟสายใหม่ แต่เป็นก้าวสำคัญของระบบขนส่งไทย หากทุกฝ่ายร่วมกันพัฒนาการเชื่อมต่อและยกระดับการบริการอย่างต่อเนื่อง โครงข่ายรถไฟแห่งนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้โดยสารและสนับสนุนการเติบโตของประเทศได้อย่างยั่งยืน
ที่มา – ปลื้มปีติ“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯทรงเปิด 29 ต. ค. สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และรถไฟฟ้าชานเมืองสีแดง




