สนธิญายื่น ปปง. ปมเงินบริจาค 200 ล้าน

สนธิญายื่น ปปง. ปมเงินบริจาค 200 ล้าน กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังนายสนธิญา สวัสดี เดินทางไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. พร้อมพลเรือตรี ชรัมม์ภากร พรหมภากร อดีตรองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เพื่อยื่นเอกสารเพิ่มเติมและนำพยานบุคคลเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้

การยื่นหนังสือครั้งนี้มีเป้าหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้เงินบริจาคจำนวนประมาณ 200 ล้านบาท โดยเฉพาะเงินที่ระบุว่านำไปใช้สนับสนุนภารกิจและโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จึงยังไม่ถือเป็นข้อยุติว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น

สนธิญายื่น ปปง. ปมเงินบริจาค 200 ล้าน

นายสนธิญาเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยยื่นเรื่องให้ ปปง. ตรวจสอบมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้มาแล้ว โดยครั้งล่าสุดเป็นการนำเอกสารและรายละเอียดเพิ่มเติมมาประกอบคำร้อง หลังได้รับหนังสือตอบกลับจากกรมการปกครองที่ระบุว่ายังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีของมูลนิธิอย่างชัดเจนเพียงพอสำหรับการพิจารณา

ครั้งนี้นายสนธิญาระบุว่าไม่ได้มาเพียงแจ้งเบาะแส แต่เป็นการยื่นคำร้องตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยขอให้ ปปง. พิจารณารายละเอียดทางการเงินและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หากพบว่ามีเหตุอันควรสงสัยหรือพบการกระทำความผิดจริง ก็ขอให้พิจารณามาตรการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมาย

ประเด็นที่ ปปง. อยู่ระหว่างตรวจสอบ

ประเด็นสำคัญที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวข้องกับที่มาของเงินบริจาค การรับเงิน การเก็บรักษา และการเบิกจ่ายเงินของมูลนิธิ รวมถึงการใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ โดยมีการกล่าวถึงยอดเงินสำรองหลายจำนวน ตั้งแต่ 10 ล้านบาท 20 ล้านบาท ไปจนถึง 200 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่าแต่ละยอดมีที่มาอย่างไร มีเอกสารรองรับหรือไม่ และถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของการบริจาคหรือเปล่า

  • การตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินบริจาคและบัญชีที่เกี่ยวข้อง
  • การตรวจสอบเอกสารการรับ-จ่ายเงินของมูลนิธิ
  • การตรวจสอบโครงการสร้างตู้คอนเทนเนอร์และการติดตั้งกล้องวงจรปิด
  • การตรวจสอบการจัดหาเสื้อเกราะและสิ่งของสนับสนุนพื้นที่ชายแดน
  • การตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างเงินบริจาคกับวัตถุประสงค์ของโครงการ

สำหรับโครงการที่ถูกกล่าวถึงนั้น นายสนธิญาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการสร้างตู้คอนเทนเนอร์ การติดตั้งกล้องวงจรปิดตามแนวถนน การจัดหาเสื้อเกราะ และการส่งมอบสิ่งของให้พื้นที่ชายแดนจังหวัดจันทบุรีและตราด โดยเห็นว่าควรมีการชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นระบบ ทั้งจำนวนเงิน ผู้รับผิดชอบ สถานที่ดำเนินการ และหลักฐานการส่งมอบ เพื่อให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบได้

อย่างไรก็ตาม การตั้งข้อสงสัยหรือการยื่นคำร้องยังไม่ใช่การพิสูจน์ว่ามีการฟอกเงินหรือมีความผิดตามกฎหมายแล้ว การวินิจฉัยจะต้องอาศัยพยานหลักฐานจากหลายด้าน ทั้งเอกสารทางบัญชี รายการเดินบัญชี สัญญา ใบเสร็จรับเงิน รายงานโครงการ และคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง การนำเสนอข้อมูลจึงควรแยกให้ชัดเจนระหว่างข้อเท็จจริง ข้อกล่าวอ้าง และผลการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ

พยานสำคัญให้ข้อมูลต่อสำนักงาน ปปง.

พลเรือตรี ชรัมม์ภากร ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนจันทบุรีและตราด เดินทางมาเป็นพยานและให้ข้อมูลประกอบเอกสารที่นำมายื่นต่อ ปปง. โดยระบุว่าตนมาเพื่อให้ข้อเท็จจริงแก่สำนักงาน ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะรวบรวมข้อมูลและดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

การมีพยานที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อาจช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพการดำเนินงานและความต้องการสนับสนุนในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ได้ชัดเจนขึ้น แต่ข้อมูลของพยานจะต้องถูกนำไปเปรียบเทียบกับเอกสารทางการเงินและหลักฐานอื่น ๆ เพื่อประเมินความถูกต้องและความเชื่อมโยงของข้อเท็จจริงทั้งหมด

ด้านนายพีรธร วิมลโลหการ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายและพัฒนามาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และรองโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ระบุว่า สำนักงานได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสนธิญาแล้ว 2 ครั้ง และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน โดยคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฟอกเงินจะต้องพิจารณาประกอบกับความผิดมูลฐาน หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกระทำความผิดจริง สำนักงานจะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีการละเว้น

ขั้นตอนต่อไปจึงอยู่ที่การตรวจสอบของ ปปง. ว่าข้อมูลที่ได้รับมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับความผิดมูลฐานตามที่กฎหมายกำหนดหรือเปล่า ระหว่างนี้ผู้บริจาคและประชาชนที่ติดตามข่าวควรใช้วิจารณญาณ ไม่ด่วนสรุปจากข้อมูลด้านใดด้านหนึ่ง และควรรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

ข้อสังเกตสำหรับผู้บริจาค: กรณีนี้สะท้อนความสำคัญของความโปร่งใสในการบริหารเงินสาธารณะ มูลนิธิหรือองค์กรที่รับเงินบริจาคควรจัดทำรายงานรายรับ-รายจ่าย เปิดเผยวัตถุประสงค์ของโครงการ และเก็บหลักฐานการใช้จ่ายให้ตรวจสอบได้ ขณะเดียวกัน ผู้บริจาคก็ควรตรวจสอบสถานะองค์กร ช่องทางรับเงิน และรายงานผลการดำเนินงานก่อนตัดสินใจบริจาค

สรุปแล้ว สนธิญายื่น ปปง. ปมเงินบริจาค 200 ล้าน เพื่อขอให้ตรวจสอบที่มาและการใช้จ่ายเงินของมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ โดยมีพยานและเอกสารเพิ่มเติมประกอบคำร้อง ขณะนี้เรื่องยังอยู่ในกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐาน ผลสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและการพิจารณาตามกฎหมายของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ที่มา – “สนธิญา” พาพยานสำคัญ ยื่นหนังสือ ปปง. อายัดทรัพย์ “กัน จอมพลัง-มูลนิธิ” ปมสงสัยเงินบริจาค 200 ล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *