สมัชชาคนจนชู 6 ข้อเรียกร้อง เดินหน้าสิริกิติ์

สมัชชาคนจนชู 6 ข้อเรียกร้อง หลังนัดรวมตัวบริเวณประตู 1 สวนลุมพินี ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ต.ค. การเคลื่อนไหวครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แคมเปญ “ปฏิบัติการสากลเพื่ออธิปไตยด้านอาหาร” โดยผู้เข้าร่วมเตรียมจัดกิจกรรมปราศรัยและอ่านแถลงการณ์ในช่วงเย็น เพื่อสื่อสารจุดยืนต่อปัญหาหนี้สิน เศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคงทางอาหาร

สมัชชาคนจนชู 6 ข้อเรียกร้อง เพื่อความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ

ขบวนเคลื่อนผ่านถนนวิทยุ มุ่งหน้าสู่ถนนสุขุมวิท ก่อนเข้าสู่ถนนรัชดาภิเษก ผู้เข้าร่วมต่างถือป้ายและธงสีเขียวที่มีข้อความ “สมัชชาคนจน” ตลอดเส้นทาง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลคอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อให้ประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถเดินทางได้อย่างเรียบร้อย

6 ข้อเรียกร้องที่ต้องการให้สังคมร่วมรับฟัง

หัวใจสำคัญของการเคลื่อนไหวคือข้อเรียกร้อง 6 ประการ ซึ่งสะท้อนความกังวลของประชาชนต่อทิศทางเศรษฐกิจและการจัดสรรทรัพยากร โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ยกเลิกหนี้: กลุ่มผู้ชุมนุมมองว่าวิกฤตหนี้สินกำลังจำกัดความสามารถของหลายประเทศในการลงทุนด้านอาหารและสวัสดิการสังคม พร้อมซ้ำเติมปัญหาความหิวโหยและความเหลื่อมล้ำ จึงเสนอให้มีการแก้ไขปัญหาหนี้อย่างเร่งด่วนและเป็นธรรม
  • เปิดให้ประชาชนตรวจสอบหนี้ต่างประเทศ: ประชาชนควรเข้าถึงข้อมูลว่ารัฐบาลกู้เงินจากที่ใด นำไปใช้เรื่องอะไร และใครได้รับประโยชน์จากเงินกู้ การเปิดเผยข้อมูลจะช่วยให้การบริหารหนี้มีความโปร่งใส และทำให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น
  • ยุติการอุดหนุนบรรษัทและสนับสนุนเกษตรนิเวศ: ข้อเสนอนี้ต้องการให้ปรับทิศทางงบประมาณด้านอาหาร เกษตรกรรม และสภาพภูมิอากาศ จากการสนับสนุนระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ไปสู่เกษตรกรรายย่อย ชุมชน และระบบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • เพิ่มรายได้รัฐผ่านภาษีบรรษัทและภาษีความมั่งคั่ง: กลุ่มสมัชชาคนจนเสนอให้จัดเก็บภาษีแบบก้าวหน้า รวมถึงภาษีจากกำไรของบรรษัทและทรัพย์สินของกลุ่มมหาเศรษฐี เพื่อนำรายได้มาพัฒนาสวัสดิการและกระจายทรัพยากรให้เกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่
  • ทำให้ธนาคารกลางเป็นประชาธิปไตย: ธนาคารกลางควรทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนทำงานกับผู้มีรายได้น้อย ไม่ใช่ให้ความสำคัญกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่เพียงฝ่ายเดียว
  • ให้ประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจของนโยบายเศรษฐกิจ: การประเมินความสำเร็จของเศรษฐกิจไม่ควรดูเฉพาะตัวเลข GDP ดุลงบประมาณ หรือผลประกอบการตลาด แต่ต้องพิจารณาคุณภาพชีวิต ความยากจน ความมั่นคงของชุมชน และความสามารถของระบบนิเวศในการฟื้นตัวด้วย

ข้อเรียกร้องสะท้อนปัญหาใกล้ตัวของประชาชน

เมื่อพิจารณาโดยรวม สมัชชาคนจนชู 6 ข้อเรียกร้อง ไม่ได้พูดถึงเพียงนโยบายระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้คน ตั้งแต่ภาระหนี้ รายได้ไม่เพียงพอ ราคาสินค้าเกษตร ไปจนถึงโอกาสในการเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและสวัสดิการที่เหมาะสม ประเด็นเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนสามารถร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้

แนวคิดเรื่องอธิปไตยทางอาหารยังชวนให้สังคมหันกลับมามองว่า ใครเป็นผู้กำหนดระบบอาหาร และเกษตรกรหรือชุมชนมีอำนาจตัดสินใจมากน้อยเพียงใด หากงบประมาณและนโยบายต่าง ๆ สนับสนุนผู้ผลิตรายเล็กมากขึ้น ก็อาจช่วยสร้างความมั่นคงให้ชุมชน ลดการพึ่งพาระบบขนาดใหญ่ และเพิ่มความยืดหยุ่นเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงเป็นทั้งการแสดงจุดยืนและการส่งสัญญาณให้ภาครัฐรับฟังเสียงจากประชาชน การแก้ปัญหาอาจต้องใช้เวลาและการทำงานร่วมกันหลายฝ่าย แต่การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ เสนอทางเลือก และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้การกำหนดนโยบายตอบโจทย์ชีวิตจริงมากขึ้น

ท้ายที่สุด สมัชชาคนจนชู 6 ข้อเรียกร้อง เป็นประเด็นที่ชวนให้เราติดตามว่าข้อเสนอเหล่านี้จะได้รับการตอบรับและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างไร ผู้อ่านสามารถร่วมกันศึกษาข้อมูล แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และช่วยผลักดันนโยบายที่ให้ความสำคัญกับคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

ที่มา – กลุ่มสมัชชาคนจนเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ชู 6 ข้อเรียกร้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *