สหรัฐชัตดาวน์ กระทบส่งออกไทย?
การที่สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับภาวะ สหรัฐชัตดาวน์เสี่ยงยืดเยื้อ กระทบส่งออกไทย ตลาดการเงิน กำลังเป็นประเด็นที่น่าจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย น.ส.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศที่กำลังคุกคามเศรษฐกิจไทย
สถานการณ์ สหรัฐชัตดาวน์เสี่ยงยืดเยื้อ กระทบส่งออกไทย ตลาดการเงิน ในครั้งนี้ มีความแตกต่างจากอดีตอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความคาดการณ์ว่าการปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ อาจยาวนานกว่าที่เคย โดยมีการพูดถึงการปลดพนักงานรัฐจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในวงกว้าง หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบ ย่อมส่งผลมาถึงประเทศไทยผ่านช่องทางการส่งออกและตลาดการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สหรัฐชัตดาวน์เสี่ยงยืดเยื้อ กระทบส่งออกไทย ตลาดการเงิน
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลชุดใหม่ของไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจไทยที่เติบโตในระดับต่ำ ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะเติบโตเพียง 1.8% เท่านั้น โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ที่คาดว่าจะเติบโตไม่ถึง 1% เครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักยังคงอ่อนแรง ทั้งในด้านการบริโภคและการลงทุน ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2569 ผลกระทบจากภาษีนำเข้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจส่งผลให้การส่งออกของไทยติดลบ
รัฐบาลไทยควรรับมือกับ สหรัฐชัตดาวน์เสี่ยงยืดเยื้อ กระทบส่งออกไทย ตลาดการเงิน อย่างไร?
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลควรดำเนินการใน 3 ด้านพร้อมกัน ได้แก่ การสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การกระตุ้นเศรษฐกิจ และการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ
ในระยะสั้น รัฐบาลจำเป็นต้องเรียกความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค นักธุรกิจ นักลงทุน และนักท่องเที่ยวกลับคืนมา เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณในไตรมาสที่ 4 และกระตุ้นอุปสงค์ผ่านชุดนโยบายต่างๆ ควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
ในระยะกลาง รัฐบาลต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ มีนโยบายที่ส่งเสริมให้นักธุรกิจและแรงงานมีความสามารถมากขึ้น ปฏิรูปการคลัง และเร่งสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น
มาตรการระยะสั้นที่สำคัญของรัฐบาล ได้แก่ การเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้กับประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่ง พลัส การเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การลดค่าเดินทางและพลังงาน และการแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยเฉพาะการช่วยเหลือหนี้รายย่อยในระบบที่ไม่เกิน 100,000 บาท
ส่วนมาตรการระยะยาวที่สำคัญ คือ การประกาศเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้เร็วขึ้น 15 ปี การปฏิรูปกฎหมายเพื่อแก้ไขผลกระทบจากสงครามการค้า และการอำนวยความสะดวกในการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการเร่งดำเนินนโยบายเพื่อให้เกิดผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ด้วยระยะเวลาการบริหารประเทศที่จำกัดเพียง 4 เดือน ก่อนที่จะมีการยุบสภา รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินนโยบายต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
รัฐบาลมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและการกู้ยืม หากรัฐบาลขาดดุลงบประมาณในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง หนี้สาธารณะอาจเกินเพดานที่กำหนดไว้ภายในปี 2570 นอกจากนี้ กำลังซื้อของประชาชนฐานรากที่ยังอ่อนแอก็อาจเป็นอุปสรรคต่อการกระตุ้นการใช้จ่ายให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้น การรับมือกับ สหรัฐชัตดาวน์เสี่ยงยืดเยื้อ กระทบส่งออกไทย ตลาดการเงิน จึงเป็นความท้าทายที่รัฐบาลไทยต้องเผชิญหน้าและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศและสร้างความมั่นคงให้กับประชาชน
ที่มา – สหรัฐชัตดาวน์เสี่ยงยืดเยื้อ กระทบส่งออกไทย ตลาดการเงิน